การประยุกต์หลักพัฒนาการ EF ตามแนวของ Center of Child Development Center, Harvard University (2018) เพื่อใช้กับกิจกรรมของโครงการ

อนุบาล
3 - 5 ปี
ประถมศึกษา
5-7 ปี

Working Memory (จำเพื่อนำไปใช้) 

ภาษา
เด็กชอบเล่านิทาน เล่าเหตุการณ์ เชื่อมโยงเหตุการณ์หนึ่งกับอีกเหตุการณ์หนึ่ง ทำให้เด็กมีการพัฒนาการคิดพล็อตเรื่อง การจัดการกับข้อมูลจากความทรงจำ จึงควรให้เด็กเขียนเรื่องที่เล่า เพื่ออ่านให้เด็กฟังอีกครั้ง เด็กสามารถวาดภาพประกอบ ทำเป็นหนังสือนิทาน
เด็กสามารถมีความทรงจำในการลำดับเหตุการณ์ตามความเป็นจริงตามหลักเหตุและผลได้ สามารถเขียนประโยคประกอบนิทานที่เล่า

เพิ่มการเรียนรู้เรื่องราวโดยใช้ภาษาที่สอง เช่น ใช้ภาษาถิ่นมาประกอบภาษากลาง

เพิ่มการเรียนรู้เรื่องราวโดยใช้สัญลักษณ์ในสังคมประกอบภาพและเรื่อง
การสะท้อนการคิด
ให้เด็กเล่าเรื่อง แล้วเพื่อน ๆ ช่วยกันเติมเรื่องราว เพื่อฝึกการตั้งใจฟังเพื่อน แล้วสะท้อนการเรียนรู้
ให้เด็กเล่าเรื่องและร่วมกันคิดวิเคราะห์หาเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้น และช่วยกันหาวิธีการในการแก้ไขปัญหา
การเล่นสมมติจากความทรงจำและจินตนาการต่อเนื่องจากความจำ
การเลียนแบบท่าของผู้ใหญ่ จากการเลือกวัสดุมาสะท้อนท่าทางของผู้ใหญ่ เช่น ทำท่าเลียนแบบตำรวจจราจรจากที่เด็กเคยเห็นมา
สามารถวางแผนว่าจะเล่นอะไร แล้วไปหาอุปกรณ์มาใช้ตามแผนที่วางไว้ มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ตามท้องเรื่อง กติกาการเล่นรวมกับเพื่อนได้
การจัดการข้อมูล
สามารถนำข้อมูลมาปฏิบัติตามขั้นตอนได้ 2-3 ขั้น
สามารถนำข้อมูลมาปฏิบัติตามขั้นตอนได้ 4 ขั้น

Cognitive Flexibility (ปรับตัวให้สำเร็จ)

การวางแผนที่นำไปสู่การพัฒนาความซับซ้อนทางปัญญา
ให้เด็กเป็นคนคิดวางแผนในกระดาษร่วมกับเพื่อนว่าในการเล่นสมมติจะต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง แล้วดำเนินการตามแผนที่วางไว้ เช่น จะเล่นเป็นตัวอะไร และควรเตรียมอะไรบ้างก่อนที่จะเล่น ซึ่งถ้าไม่เป็นไปตามแผน ควรให้เด็กปรับความคิดใหม่แล้วลองทำใหม่ เพื่อพัฒนาความซับซ้อนทางปัญญาของเด็กซึ่งเด็กจะได้ฝึกการหักห้ามใจ การแก้ปัญหา และการสื่อสารด้วยคำพูด
เกมที่ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า และต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ที่ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เล่นเกมต่อภาพที่ซับซ้อนขึ้น ที่เด็กต้องมีทักษะการวางแผน การใช้สายตาแยกแยะ
เกมต่อภาพที่ต้องใช้หลักเหตุและผล การทำนายผลที่จะตามมา
ให้เด็กได้ทดสอบความสามารถทางร่างกายของตนเองผ่านอุปสรรคแบบต่าง ๆ ท้าทายการประสานสัมพันธ์ร่างกายที่ซับซ้อน เช่น การปีน การเดินบนไม้ทรงตัว การนั่งไม้กระดก เพื่อเพิ่มความตั้งใจจดจ่อ การจัดปรับร่างกายของตน และความมุ่งมั่นที่จะไปถึงเป้าหมาย
ให้เด็กฝึกตัดสินใจ และตอบสนองอย่างรวดเร็ว หรือการรอคำสำคัญเมื่อคำนั้นมา ต้องเริ่มปฏิบัติโดยทันที หรือคิดว่าจะต้องใช้รูปแบบเงื่อนไขแบบไหนในการตอบสนอง
การจดจ่อกับงาน
ส่งเสริมการตั้งใจจดจ่อผ่านกิจกรรมไม่ใช้เสียง
สามารถจดจ่อโดยไม่สนใจสิ่งเร้ารอบตัว ทำงานเงียบ ๆ ได้
การลองสิ่งใหม่
ยังมีความยากลำบากในกติกาที่ซับซ้อน แม้จะได้รับคำแนะนำ แต่สามารถที่จะเริ่มเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง และหาทางเลือกอื่นในการแก้ปัญหากับปัญหาแบบง่าย ๆ ได้ เริ่มหาทางเลือกที่จะนำไปสู่เป้าหมาย
การลองสิ่งใหม่จากการประสานสัมพันธ์การใช้ร่างกาย จากกฎกติกาที่ต้องมีการตั้งใจสูง กิจกรรมเชื่อมโยงกายกับจิต เช่น โยคะ
การจำกติกา และปฏิบัติตามกติกา เพื่อพัฒนาปัญญาแบบยืดหยุ่น
ให้จับกลุ่มตามเงื่อนไขแบบต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการใช้ปัญญาแบบยืดหยุ่น เช่น เล่มเกม Bingo แต่ให้จับคู่กับสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ได้ยิน/เห็น สามารถแสดงความสามารถในการปรับเปลี่ยนงานง่าย ๆ ประมาณ 2 ภารกิจได้สำเร็จ สามารถสรุปหลักการ/ แนวคิดใหม่ ๆ ได้ แต่จะพบความยากลำบากถ้างานมีความซับซ้อนขึ้น
เด็กชอบเกมที่มีกติกาที่ควรได้รับการท้าทายเกิดขึ้นตลอดเวลา และลดบทบาทของครูลง เพื่อให้เด็กจำและทำตามกติกาด้วยตนเอง ต่อรองข้อขัดแย้งด้วยตนเอง แก้ปัญหาจากงานประมาณ 5 ขั้นตอนได้ แต่ยังปรับตัวกับความต้องการที่หลากหลายยังไม่ได้เท่าที่ควร

Inhibitory Control (ยั้งคิดก่อนทำ)

การฝึกความจำ การหักห้ามใจผ่านดนตรี
ใช้เกมที่มีดนตรีและการเคลื่อนไหวที่เด็กได้เคลื่อนไปกับจังหวะ และทำท่าประกอบคำศัพท์ในเนื้อเพลง เพื่อช่วยเรื่องความทรงจำและการหักห้ามใจ
การเคลื่อนไหวไปกับดนตรีหรือจังหวะที่มีเสียงแบบต่าง ๆ เช่น เสียงตามพยัญชนะต้น เสียงสระ ที่มีคำสร้อยให้ร้องซ้ำร่วมกัน หรือใช้จังหวะตบมือแบบต่าง ๆ
ใช้เพลงที่มีคำซ้ำ และท่าทางซ้ำ ๆ เพื่อฝึกความทรงจำ เริ่มมีท่าที่ซับซ้อนขึ้น เช่น หาคู่ พยายามทำงานให้สำเร็จแม้มีสิ่งมาเบี่ยงเบนความสนใจ
ฝึกการเต้นจังหวะเร็วมาก ๆ หรือช้ามาก ๆ หรือเต้นเพลงแล้วหยุด Freeze Dance เมื่อหยุดแล้วต้องทำท่าตามที่กำหนด (ครูชูป้ายภาพท่าทางที่เด็กต้องทำเมื่อเพลงหยุด) เพื่อฝึกให้เด็กหักห้ามการกระทำของตน และเปลี่ยนความสนใจตามรูปภาพที่เปลี่ยนไป
ใช้เพลงที่มีรูปแบบจังหวะที่แตกต่าง เช่น ปรบมือ ตีกลอง เวลาเล่นในงานกับชุมชน ที่ต้องมีการปรับจังหวะไปตามสถานการณ์
การกำกับตนเอง
เด็กพัฒนากติการการเล่นเพื่อเป็นแนวทางในการเล่นสมมติ เพราะเด็กเริ่มมีความคิดที่ซ้อน และเริ่มจัดปรับ ยับยั้งแรงกระตุ้นพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับบทบาท ครูอาจช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยการอ่านหนังสือให้ฟังเพิ่มเติม พาไปทัศนศึกษา หรือให้ดูวีดิโอ
การจดจำตำหน่งของสิ่งของ เช่น คว่ำไพ่ พอเปิดมาแล้วปิด แล้วจำว่าสิ่งนั้นอยู่ที่ไหน หรือ เล่นไพ่จับคู่ หรือมีวิธีเล่นที่ซับซ้อนตามเงื่อนไขมากขึ้น ยากขึ้น คือการวางแผนการเล่น การติดตามหาว่าสิ่งนั้นตอนแรกอยู่ที่ไหน ต่อมาไปอยู่ที่ใด
การให้เด็กทำกับข้าว ที่เด็กต้องทำตามขั้นตอนของการทำอาหาร เพื่อให้เด็กหัดยับยั้งตนเอง รู้จักรอ การเก็บความจำขณะทำกิจกรรมที่ใช้ทักษะหลายอย่าง การจดจ่อกับงานขณะวัด หรือนับจำนวน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกิจกรรมของโครงการเป็นการผสมผสานกระบวนการ CT และ EF ทางคณะทำงานจึงได้ออกแบบกิจกรรมที่มีการประสานทั้งสองกระบวนการสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น ดังตารางนี้