กิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันจากอุบัติเหตุทางท้องถนนสำหรับเด็กประถมศึกษาตอนต้นจึงถูกออกแบบให้สอดรับกับพัฒนาการทางด้านการคิดเชิงเหตุและผลตามหลักการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) เพื่อหัดแก้ปัญหาจากสถานการณ์เสี่ยงใน 2 ลักษณะ คือ การแก้ปัญหาในสถานการณ์สมมติ และการแก้ปัญหาจากเงื่อนไข และใช้กระบวนการ Executive Function ในการให้เด็กเพิ่มความตั้งใจจดจ่อ การจัดปรับร่างกายของตน และความมุ่งมั่นที่จะไปถึงเป้าหมายด้วยการใช้ร่างกายแก้ปัญหาอุปสรรคที่ท้าทายแบบต่าง ๆ ผ่านการประสานสัมพันธ์ร่างกายที่ซับซ้อน (Inhibitory Control) และจัดการข้อมูลความรู้ความจำ (Working Memory) จากการเชื่อมโยงจากประสบการณ์เดิมกับประสบการณ์ใหม่ที่จะจัดให้กับเด็ก ๆ ทั้งจากกิจกรรมและการการให้เด็ก ๆ สะท้อนการเรียนรู้ร่วมกับเพื่อน และฝึกวางแผนในกระดาษร่วมกับเพื่อนว่าในการเล่นสมมติจะต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้างแล้วดำเนินการตามแผนที่วางไว้ตามบทบาท และถ้าไม่เป็นไปตามแผน ควรให้เด็กปรับความคิดใหม่แล้วลองทำใหม่ เพื่อพัฒนาความซับซ้อนทางปัญญาของเด็ก ซึ่งเด็กจะได้ฝึกการหักห้ามใจ การแก้ปัญหา และการสื่อสารด้วยคำพูด ดังตัวอย่างพัฒนาการ EF ดังตารางต่อไปนี้

การประยุกต์หลักพัฒนาการ EF ตามแนวของ Center of Child Development Center, Harvard University (2018) เพื่อใช้กับกิจกรรมของโครงการ

อนุบาล
3 - 5 ปี
ประถมศึกษา
5-7 ปี

Working Memory (จำเพื่อนำไปใช้) 

ภาษา
เด็กชอบเล่านิทาน เล่าเหตุการณ์ เชื่อมโยงเหตุการณ์หนึ่งกับอีกเหตุการณ์หนึ่ง ทำให้เด็กมีการพัฒนาการคิดพล็อตเรื่อง การจัดการกับข้อมูลจากความทรงจำ จึงควรให้เด็กเขียนเรื่องที่เล่า เพื่ออ่านให้เด็กฟังอีกครั้ง เด็กสามารถวาดภาพประกอบ ทำเป็นหนังสือนิทาน
เด็กสามารถมีความทรงจำในการลำดับเหตุการณ์ตามความเป็นจริงตามหลักเหตุและผลได้ สามารถเขียนประโยคประกอบนิทานที่เล่า

เพิ่มการเรียนรู้เรื่องราวโดยใช้ภาษาที่สอง เช่น ใช้ภาษาถิ่นมาประกอบภาษากลาง

เพิ่มการเรียนรู้เรื่องราวโดยใช้สัญลักษณ์ในสังคมประกอบภาพและเรื่อง
การสะท้อนการคิด
ให้เด็กเล่าเรื่อง แล้วเพื่อน ๆ ช่วยกันเติมเรื่องราว เพื่อฝึกการตั้งใจฟังเพื่อน แล้วสะท้อนการเรียนรู้
ให้เด็กเล่าเรื่องและร่วมกันคิดวิเคราะห์หาเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้น และช่วยกันหาวิธีการในการแก้ไขปัญหา
การเล่นสมมติจากความทรงจำและจินตนาการต่อเนื่องจากความจำ
การเลียนแบบท่าของผู้ใหญ่ จากการเลือกวัสดุมาสะท้อนท่าทางของผู้ใหญ่ เช่น ทำท่าเลียนแบบตำรวจจราจรจากที่เด็กเคยเห็นมา
สามารถวางแผนว่าจะเล่นอะไร แล้วไปหาอุปกรณ์มาใช้ตามแผนที่วางไว้ มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ตามท้องเรื่อง กติกาการเล่นรวมกับเพื่อนได้
การจัดการข้อมูล
สามารถนำข้อมูลมาปฏิบัติตามขั้นตอนได้ 2-3 ขั้น
สามารถนำข้อมูลมาปฏิบัติตามขั้นตอนได้ 4 ขั้น

Cognitive Flexibility (ปรับตัวให้สำเร็จ)

การวางแผนที่นำไปสู่การพัฒนาความซับซ้อนทางปัญญา
ให้เด็กเป็นคนคิดวางแผนในกระดาษร่วมกับเพื่อนว่าในการเล่นสมมติจะต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง แล้วดำเนินการตามแผนที่วางไว้ เช่น จะเล่นเป็นตัวอะไร และควรเตรียมอะไรบ้างก่อนที่จะเล่น ซึ่งถ้าไม่เป็นไปตามแผน ควรให้เด็กปรับความคิดใหม่แล้วลองทำใหม่ เพื่อพัฒนาความซับซ้อนทางปัญญาของเด็กซึ่งเด็กจะได้ฝึกการหักห้ามใจ การแก้ปัญหา และการสื่อสารด้วยคำพูด
เกมที่ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า และต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ที่ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เล่นเกมต่อภาพที่ซับซ้อนขึ้น ที่เด็กต้องมีทักษะการวางแผน การใช้สายตาแยกแยะ
เกมต่อภาพที่ต้องใช้หลักเหตุและผล การทำนายผลที่จะตามมา
ให้เด็กได้ทดสอบความสามารถทางร่างกายของตนเองผ่านอุปสรรคแบบต่าง ๆ ท้าทายการประสานสัมพันธ์ร่างกายที่ซับซ้อน เช่น การปีน การเดินบนไม้ทรงตัว การนั่งไม้กระดก เพื่อเพิ่มความตั้งใจจดจ่อ การจัดปรับร่างกายของตน และความมุ่งมั่นที่จะไปถึงเป้าหมาย
ให้เด็กฝึกตัดสินใจ และตอบสนองอย่างรวดเร็ว หรือการรอคำสำคัญเมื่อคำนั้นมา ต้องเริ่มปฏิบัติโดยทันที หรือคิดว่าจะต้องใช้รูปแบบเงื่อนไขแบบไหนในการตอบสนอง
การจดจ่อกับงาน
ส่งเสริมการตั้งใจจดจ่อผ่านกิจกรรมไม่ใช้เสียง
สามารถจดจ่อโดยไม่สนใจสิ่งเร้ารอบตัว ทำงานเงียบ ๆ ได้
การลองสิ่งใหม่
ยังมีความยากลำบากในกติกาที่ซับซ้อน แม้จะได้รับคำแนะนำ แต่สามารถที่จะเริ่มเรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง และหาทางเลือกอื่นในการแก้ปัญหากับปัญหาแบบง่าย ๆ ได้ เริ่มหาทางเลือกที่จะนำไปสู่เป้าหมาย
การลองสิ่งใหม่จากการประสานสัมพันธ์การใช้ร่างกาย จากกฎกติกาที่ต้องมีการตั้งใจสูง กิจกรรมเชื่อมโยงกายกับจิต เช่น โยคะ
การจำกติกา และปฏิบัติตามกติกา เพื่อพัฒนาปัญญาแบบยืดหยุ่น
ให้จับกลุ่มตามเงื่อนไขแบบต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการใช้ปัญญาแบบยืดหยุ่น เช่น เล่มเกม Bingo แต่ให้จับคู่กับสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ได้ยิน/เห็น สามารถแสดงความสามารถในการปรับเปลี่ยนงานง่าย ๆ ประมาณ 2 ภารกิจได้สำเร็จ สามารถสรุปหลักการ/ แนวคิดใหม่ ๆ ได้ แต่จะพบความยากลำบากถ้างานมีความซับซ้อนขึ้น
เด็กชอบเกมที่มีกติกาที่ควรได้รับการท้าทายเกิดขึ้นตลอดเวลา และลดบทบาทของครูลง เพื่อให้เด็กจำและทำตามกติกาด้วยตนเอง ต่อรองข้อขัดแย้งด้วยตนเอง แก้ปัญหาจากงานประมาณ 5 ขั้นตอนได้ แต่ยังปรับตัวกับความต้องการที่หลากหลายยังไม่ได้เท่าที่ควร

Inhibitory Control (ยั้งคิดก่อนทำ)

การฝึกความจำ การหักห้ามใจผ่านดนตรี
ใช้เกมที่มีดนตรีและการเคลื่อนไหวที่เด็กได้เคลื่อนไปกับจังหวะ และทำท่าประกอบคำศัพท์ในเนื้อเพลง เพื่อช่วยเรื่องความทรงจำและการหักห้ามใจ
การเคลื่อนไหวไปกับดนตรีหรือจังหวะที่มีเสียงแบบต่าง ๆ เช่น เสียงตามพยัญชนะต้น เสียงสระ ที่มีคำสร้อยให้ร้องซ้ำร่วมกัน หรือใช้จังหวะตบมือแบบต่าง ๆ
ใช้เพลงที่มีคำซ้ำ และท่าทางซ้ำ ๆ เพื่อฝึกความทรงจำ เริ่มมีท่าที่ซับซ้อนขึ้น เช่น หาคู่ พยายามทำงานให้สำเร็จแม้มีสิ่งมาเบี่ยงเบนความสนใจ
ฝึกการเต้นจังหวะเร็วมาก ๆ หรือช้ามาก ๆ หรือเต้นเพลงแล้วหยุด Freeze Dance เมื่อหยุดแล้วต้องทำท่าตามที่กำหนด (ครูชูป้ายภาพท่าทางที่เด็กต้องทำเมื่อเพลงหยุด) เพื่อฝึกให้เด็กหักห้ามการกระทำของตน และเปลี่ยนความสนใจตามรูปภาพที่เปลี่ยนไป
ใช้เพลงที่มีรูปแบบจังหวะที่แตกต่าง เช่น ปรบมือ ตีกลอง เวลาเล่นในงานกับชุมชน ที่ต้องมีการปรับจังหวะไปตามสถานการณ์
การกำกับตนเอง
เด็กพัฒนากติการการเล่นเพื่อเป็นแนวทางในการเล่นสมมติ เพราะเด็กเริ่มมีความคิดที่ซ้อน และเริ่มจัดปรับ ยับยั้งแรงกระตุ้นพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับบทบาท ครูอาจช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยการอ่านหนังสือให้ฟังเพิ่มเติม พาไปทัศนศึกษา หรือให้ดูวีดิโอ
การจดจำตำหน่งของสิ่งของ เช่น คว่ำไพ่ พอเปิดมาแล้วปิด แล้วจำว่าสิ่งนั้นอยู่ที่ไหน หรือ เล่นไพ่จับคู่ หรือมีวิธีเล่นที่ซับซ้อนตามเงื่อนไขมากขึ้น ยากขึ้น คือการวางแผนการเล่น การติดตามหาว่าสิ่งนั้นตอนแรกอยู่ที่ไหน ต่อมาไปอยู่ที่ใด
การให้เด็กทำกับข้าว ที่เด็กต้องทำตามขั้นตอนของการทำอาหาร เพื่อให้เด็กหัดยับยั้งตนเอง รู้จักรอ การเก็บความจำขณะทำกิจกรรมที่ใช้ทักษะหลายอย่าง การจดจ่อกับงานขณะวัด หรือนับจำนวน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกิจกรรมของโครงการเป็นการผสมผสานกระบวนการ CT และ EF ทางคณะทำงานจึงได้ออกแบบกิจกรรมที่มีการประสานทั้งสองกระบวนการสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น ดังตารางนี้

การแจกแจงกระบวนการ CT และ EF ของกิจกรรมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้ถนนในระดับประถมศึกษาตอนต้น

ลำดับการคิด (CT) กิจกรรม กระบวนการคิด
เชิงตำนวณ (CT)
กระบวนการพัฒนา EF

Sensory Sensing: กิจกรรมการคิดอย่างมีเหตุและผลผ่านการใช้เครื่องมือแบบต่าง ๆ

unplugged

ถ้ำจราจร: เรียนรู้ทิศทางและตำแหน่ง ซ้าย ขวา เดินหน้า ถอยหลัง กลับรถ ตามสัญลักษณ์จราจร

  1. แจกแจง ตีความลักษณะของสัญลักษณ์ (Decomposing)
  2. หาจุดร่วมของความคิดของเพื่อนๆ จากลักษณะของสัญลักษณ์จราจร (Pattern Recognition)
  3. ลำดับขั้นตอนการไปสู่จุดหมาย (Algorithms)
  4. สรุปความคิดเป็นผังภาพเส้นทางการเดินทางในถ้ำ (Abstraction)
  1. รู้จักชื่อทิศทาง ซ้าย ขวา เดินหน้า ถอยหลัง (Working Memory)
  2. รู้จักเฝ้ารอที่จะสังเกต (Inhibitory Control)
  3. วางแผนการเดินทางของทีม (Cognitive Flexibility)

ปริศนาเดินทางของหุ่นยนต์: การหาข้อมูล ทิศทาง ตำแหน่งและวิเคราะห์ปัญหา (debugging) จากหุ่น Ozobot

  1. 1.แจกแจงลักษณะการทำงานของหุ่น Ozobot (Decomposing)
  2. หาจุดร่วมของความคิดของเพื่อนๆ ว่าเหตุใดหุ่นยนต์จึงเดินไปในทิศดังกล่าว (Pattern Recognition)
  3. ลำดับขั้นตอนการเดินทางของหุ่นยนต์ (Algorithms)
  4. สรุปความคิดว่าเหตุใดหุ่นยนต์จึงเดินทางไปในทิศทางนี้ (Abstraction)
  1. รู้จักชื่อทิศทาง ซ้าย ขวา เดินหน้า ถอยหลัง (Working Memory)
  2. รู้จักเฝ้ารอที่จะสังเกต (Inhibitory Control)
  3. วางแผนการเดินทางของหุ่นยนต์ตามเงื่อนไขของสี (Cognitive Flexibility)

เฟรมรูปบอกความเสี่ยงการหาข้อมูล ทิศทาง ตำแหน่งและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง (Debugging) จากการปฏิบัติจริงโดยใช้เทคโนโลยีง่าย ๆ เช่น photo framing

  1. แจกแจงว่าแต่ละที่ใดปลอดภัย ที่ใดเสี่ยง เพราะอะไร (Decomposing)
  2. หาจุดร่วมจากความคิดของเด็กแต่ละคน (Pattern Recognition)
  3. สรุปทำอย่างไรให้โรงเรียนปลอดภัย เพราะอะไร (Abstraction)
  4. ลำดับวิธีการสร้างโรงเรียนปลอดภัย (Algorithms)

Cognitive Flexibility (รู้จักใช้)

  1. วางแผนในกระดาษร่วมกับเพื่อนว่าจะไปสำรวจที่ใดบ้างในโรงเรียน 
  2. ถ้าไม่เป็นไปตามแผน ควรให้เด็กปรับความคิดใหม่แล้วลองทำใหม่ เพื่อพัฒนาความซับซ้อนทางปัญญาของเด็กซึ่งเด็กจะได้ฝึกการหักห้ามใจ การแก้ปัญหา และการสื่อสารด้วยคำพูด 

Rational Sensing: การแยกแยะองค์ประกอบ หรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ที่นำไปสู่การเห็นการเปลี่ยนแปลง

Tinkering

  1. ไข่ไขความลับหมวกกันน็อก: การวิเคราะห์ความสำคัญของหมวกกันน็อก
  2. เข็มขัดคาดชีวิต:

    การวิเคราะห์ความสำคัญของเข็มขัดนิรภัย

  1. แจกแจงการทดลองแต่ละแบบว่าแตกต่างกันอย่างไร เพราะอะไร ทำไมบางคนทำได้ บางคนทำไม่ได้ (Decomposing)
  2. หาจุดร่วมจากความคิดของเด็กแต่ละคน (Pattern Recognition)
  3. สรุปทำอย่างไร เราจะปลอดภัย เพราะอะไร (Abstraction)
  4. ลำดับวิธีการแก้ปัญหาทำอย่างไรจะปลอดภัย(Algorithms)

Inhibitory control รู้จักควบคุม

  1. ทดสอบความสามารถทางร่างกายของตนเองผ่านอุปสรรคแบบต่าง ๆ ท้าทายการประสานสัมพันธ์ร่างกายที่ซับซ้อน 
  2. ใช้หลักเหตุและผล การทำนายผลที่จะตามมา 
  3. ฝึก ตัดสินใจ และตอบสนองอย่างรวดเร็วตามเงื่อนไขแบบต่าง ๆ
Making
  1. Smart Car Smart Road:การออกแบบเส้นทางปลอดภัยโดยใช้รถ Smart Car
  1. แจกแจงว่าทำไมรถวิ่งได้ ทำไมเลี้ยวได้ ทำไมหยุดได้ เพราะอะไร (Decomposing)
  2. หาจุดร่วมจากความคิดของเด็กแต่ละคนว่าควรทำเส้นทางรถปลอดภัยต้องมีประเด็นใดที่ควรคำนึงถึง (Pattern Recognition)
  3. สรุปว่าทำอย่างไรให้รถวิ่งได้ เพราะอะไร (Abstraction)
  4. ลำดับวิธีการสร้างเมืองให้รถวิ่งปลอดภัย (Algorithms)

Cognitive Flexibility

การวางแผนล่วงหน้า และต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

Bonding Sensing: การสร้างจากการนำสิ่งต่างๆ มาประกอบกันผ่านการใช้เครื่องมือต่างๆ

1. การสื่อความคิดเกี่ยวกับสัญลักษณ์จราจรและความเป็นเมืองปลอดภัยสร้างเมืองใหม่ 

1.1 การสร้าง

1) เมืองแม่เหล็กปลอดภัย

2) เมืองแป้งโดวปลอดภัย

3) เมืองไม้บล็อกยักษ์ปลอดภัย

1.2 แสงสะท้อนสัญลักษณ์: การวาดบนแผ่น Magic Light

1.3 หุ่นมือจราจร: การเล่นสมมติผ่านหุ่นมือ

  1. . แจกแจงว่าในเมืองที่สร้างมีสิ่งใดปลอดภัย มีสิ่งใดเสี่ยงเพราะอะไร (Decomposing)
  2. หาจุดร่วมจากความคิดของเด็กแต่ละคนเกี่ยวกับสัญลักษณ์ปลอดภัย (Pattern Recognition)
  3. สรุปเมืองปลอดภัยควรมีลักษณะสำคัญคืออะไร เพราะอะไร (Abstraction)
  4. ลำดับวิธีการสร้างและเล่าเรื่องเกี่ยวกับเมืองปลอดภัย (Algorithms)

Working Memory

  1. เล่านิทาน เล่าเหตุการณ์ 
  2. เชื่อมโยงเหตุการณ์หนึ่งกับอีกเหตุการณ์หนึ่ง ทำให้เด็กมีการพัฒนาการคิดพล็อตเรื่อง การจัดการกับข้อมูลจากความทรงจำ 
  3. ควรให้เด็กเขียนเรื่องที่เล่า เพื่ออ่านให้เด็กฟังอีกครั้ง เด็กสามารถวาดภาพประกอบ ทำเป็นหนังสือนิทาน

แต่งรถมหัศจรรย์: การเรียนรู้ส่วนประกอบของรถกับกิจกรรมตกแต่งรถ

  1. แจกแจงว่ารถมีองค์ประกอบอะไรบ้าง (Decomposing)
  2. หาจุดร่วมจากความคิดของเด็กแต่ละคนเกี่ยวกับลักษณะสำคัญของรถ (Pattern Recognition)
  3. สรุปเมืองปลอดภัยควรมีลักษณะสำคัญคืออะไร เพราะอะไร (Abstraction)
  4. ลำดับวิธีการตกแต่งรถ (Algorithms)
  1. . เลือกวัสดุอุปกรณ์ที่สะท้อนลักษณะของรถแบบต่าง ๆ
  2. ตกแต่งเพิ่มเติมในรายละเอียดตามจินตนาการว่ารถที่ปลอดภัยควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

Making

จินตนาการจราจร: การออกแบบการนำเสนองานผ่าน ละคร นิทาน

  1. . แจกแจงความคิด วางแผนการทำละคร แจกแจงว่าต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้างจากเงินที่ได้มา จะนำไปซื้ออะไรบ้าง และถ้าเงินไม่พอจะแก้ปัญหาอะไร (Decomposing)
  2. หาจุดร่วมความคิดร่วมกับเพื่อนว่าจะคิดวิธีการนำเสนอการแก้ปัญหาผ่านการนำเสนอแบบไหน ใช้สื่ออะไรบ้าง (Pattern Recognition)
  3. สรุปรูปแบบ (Abstraction)
  4. ลำดับวิธีการนำเสนองาน (Algorithms)
  1. ทบทวนสิ่งที่เรียนรู้ (Working Memory)
  2. คิดวิธีการใหม่ ๆ ในการออกแบบวิธีการรณรงค์ (Cognitive Flexibility)
  3. ปรับวิธีการร่วมกับเพื่อน เพื่อทำงานให้สำเร็จ (Cognitive Flexibility)

Community Sensing: การดัดแปลงนำไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ในสังคม ตามกติกาของสังคมที่ควรคำนึงถึง

Remixing

ความลับในบัตรภาพ: การหาวิธีแก้ปัญหาจากบัตรภาพความเสี่ยง

  1.  แจกแจงว่าในรูปมีสิ่งใดเป็นปัจจัยเสี่ยง เพราะอะไร (Decomposing)
  2. เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมของเด็ก (Pattern Recognition)
  3. สรุปปัจจัยเสี่ยงคืออะไร เพราะอะไร (Abstraction)
  4. ลำดับวิธีการแก้ปัญหา (Algorithms)

Cognitive Flexibility

  1. สังเกตเงื่อนไข กติกาบนภาพที่ท้าทาย เพื่อให้เด็กจำและคิดวิธีการแก้ปัญหาจากเงื่อนไขที่เห็น 
  2. สะท้อนการเรียนรู้ ให้เด็กเล่าเรื่อง แล้วเพื่อน ๆ ช่วยกันเติมเรื่องราว เพื่อฝึกการตั้งใจฟังเพื่อน แล้วสะท้อนการเรียนรู้
Content

ออกแบบเมืองปลอดภัย: การวาดผังเมืองปลอดภัย (Social Mapping)

  1. แจกแจงว่าในพื้นที่ที่ไปสำรวจมีสิ่งใดเป็นพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ปลอดภัย จากสิ่งใด เพราะอะไร และวาดออกมาเป็นรูป (Decomposing)
  2. เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมของเด็กเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่พบที่บ้าน และที่อื่นในชุมชน (Pattern Recognition) 
  3. สรุปปัจจัยเสี่ยงคืออะไร เพราะอะไร (Abstraction)
  4. ลำดับวิธีการแก้ปัญหาในแต่ละพื้นที่ที่พบ (Algorithms)

Cognitive Flexibility

  1. พัฒนาการแบ่งบทบาทหน้าที่ในการสร้างผังเมืองปลอดภัย
  2. ตอบสนองต่อเงื่อนไข กติกาที่ท้าทายและสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาขณะทำงาน เช่น การมีความคิดเห็นที่แตกต่างกับเพื่อน โดยแต่ลดบทบาทของครูลง เพื่อให้เด็กหัดแก้ปัญหา ต่อรองข้อขัดแย้งด้วยตนเอง 
  3. สะท้อนการเรียนรู้ ให้เด็กเล่าเรื่อง แล้วเพื่อน ๆ ช่วยกันเติมเรื่องราว เพื่อฝึกการตั้งใจฟังเพื่อน แล้วสะท้อนการเรียนรู้
Content

เล่นสมมติในสถานการณ์เมืองจำลอง:  การเล่นบทบาทสมมติในรูปแบบของการแก้ปัญหาในสถานการณ์จำลองจากความเข้าใจในสัญลักษณ์ของสังคม เช่น สัญลักษณ์จราจร และอุปกรณ์ในแต่ละอาชีพ (ตำรวจ นักข่าว หมอ คนขับขี่ คนเดินถนน)

  1. แจกแจงว่าในแต่ละอาชีพมีบทบาทเด่นในเรื่องอะไร ใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง (Decomposing)
  2. เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิมของเด็กเกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ ในชุมชน (Pattern Recognition)
  3. สรุปปัจจัยเสี่ยงคืออะไร เพราะอะไร (Abstraction)
  4. ลำดับวิธีการแก้ปัญหาของแต่ละอาชีพ (Algorithms)

Cognitive Flexibility

  1. พัฒนากติการการเล่น กำกับการกระทำของคนอื่น เพื่อนำไปสู่การกำกับพฤติกรรมตนเอง  (อนุบาล)
  2. ตอบสนองต่อเงื่อนไข กติกาที่ท้าทายและสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยแต่ลดบทบาทของครูลง เพื่อให้เด็กจำและทำตามกติกาด้วยตนเอง ตามบทบาทที่ได้รับมอบหมาย ต่อรองข้อขัดแย้งด้วยตนเอง 
  3. สะท้อนการเรียนรู้ ให้เด็กเล่าเรื่อง แล้วเพื่อน ๆ ช่วยกันเติมเรื่องราว เพื่อฝึกการตั้งใจฟังเพื่อน แล้วสะท้อนการเรียนรู้