ผลการสำรวจบริบทด้านการพนันตามบริบทของพื้นที่

ทุกครั้งที่มีการลงพื้นที่ ทางโครงการจะสำรวจความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กเกี่ยวกับเรื่องพนันพบว่า การพนันในสังคมไทยมีอยู่ทั่วไป และคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องที่ผิด บางครั้งผู้ปกครองให้เด็กมีส่วนร่วมในการเล่นพนันโดยไม่รู้ตัว เช่น การให้เด็กช่วยใบ้หวย เป็นต้น 

ไม่ไกลค่ะ เพราะว่าครอบครัวคนไทยชอบการพนัน อันนี้ชัดเจนมากค่ะ เพราะว่า ชอบเสี่ยงโชค จะเห็นว่าตามต้นไม้ใหญ่ แปลก จะมีแป้งมีอะไรเยอะไปหมด ก็ประมาณนี้อะ ค่ะ คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเรื่องปกติ เรื่องเล่นหวย ประมาณนี้อะค่ะ จริง แล้วมันคือหนึ่งใน การพนัน เพราะว่าถ้าสมมติว่าไปฝักใฝ่ในเรื่องนี้ ก็จะทำให้เสียเวลา เสียโอกาสในการที่จะคิด พัฒนาต่อยอดอะไร ถ้าเอาเวลาไปคิดหาเลขหาอะไรประมาณนี้อะค่ะ ไม่ไกลตัวเลยค่ะ แล้วบาง ครั้งเด็กเล็ก จะเตือนสติผู้ใหญ่ด้วย ว่าเขารับรู้มาแบบนี้นะว่าการพนันมันไม่ดี มันทำให้เสีย เวลา เสียเงินเสียทอง โอกาสที่จะได้น้อย โอกาสที่จะเสียมากกว่า เรื่องการพนันไม่ว่าการพนัน ทุกชนิด โดยเฉพาะหวย หวยเนี่ย พี่ก็จะให้สอดแทรกเวลาเรามีประชุม บอกว่าถ้าเธอซื้อหวย สลากกินแบ่งรัฐบาลแล้วกันนะคะ เดือนนึง 2 ใบ 2 ใบเธอก็เอาไปใส่ไว้ เอาค่าลอตเตอรี่ 2 ใบไป ใส่ไว้ ปีนี้เธอไปเปิด เธอถูกละ แต่ถ้าเธอไปซื้อเนี่ยค่ะ มันไม่รู้ว่าจะถูกรึเปล่า อันนี้เหมือนเป็นการ ออม ก็บอกให้เปลี่ยน ให้เปลี่ยน ใครที่จะไปลุ้นน่ะเธอได้แน่

คุณสรัญญา ประสงค์ดี

นายกเทศมนตรีตำบลทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี

26  เมษายน 2562

การสำรวจข้อมูลเบื้องต้นในบริบทท้องถิ่นเพื่อประกอบการออกแบบกิจกรรมและแก้ปัญหา            ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องพนัน ทางคณะทำงานได้ขอให้ครูที่ร่วมโครงการตอบแบบสอบถาม Pre-Implementation Assess ในประเด็นต่าง เกี่ยวกับการพนัน ใน 3 เรื่อง คือ

1. สาเหตุการเล่นพนันในสังคมไทย ครอบคลุมใน 6 ด้าน  คือ การเล่นเพื่อฆ่าเวลา การเล่นเพราะเพื่อนชวน การเล่นเพราะรู้สึกดีเมื่อมีโชค การเล่นเพราะอยากรวยเร็ว การเล่นเพราะฝึกสมอง และ         การเล่นเพราะสนุก

2. ปัญหาการเป็นพนันเป็นเรื่องที่แก้ไขได้

3. การพนันประเภทต่างๆ ของผู้ปกครองและครูตามความคิดเห็นของครูผู้เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วยการพนัน 5 ประเภท คือ หวยใต้ดิน ลอตเตอรี พนันบอล ไฮโล และไพ่

ผลที่ได้จากการสำรวจ มีดังต่อไปนี้

1. ผลสำรวจสาเหตุของการเล่นการพนันในสังคมไทย

แผนภูมิที่ 4.1 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของสาเหตุการเล่นการพนันประเภทต่าง ในแต่ละพื้นที่

ทางโครงการได้ทำการสำรวจสาเหตุที่มีการเล่นการพนันในสังคมไทย พบว่ามาจากสาเหตุคือ การเล่นเพื่อฆ่าเวลา เล่นพนันเพราะเพื่อนชวน เล่นเพราะรู้สึกดีเมื่อมีโชค อยากรวยเร็ว ฝึกสมอง และสนุก สรุปผลวิเคราะห์จากแผนภูมิที่ 4.1 พบว่า ครูที่เข้าร่วมโครงการคิดว่าสาเหตุการเล่นพนันของคนไทยคือคนไทยเล่นการพนันอยู่ในระดับปานกลาง สาเหตุการเล่นพนันเรียงลำดับค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ การหวังโชค (ค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงเรียนพื้นที่ต่างจังหวัด 2.90 ค่าเฉลี่ย ในกลุ่มโรงเรียนพื้นที่หัวเมืองใหญ่ 2.6 ค่าเฉลี่ย ในกลุ่มโรงเรียนพื้นที่ทุรกันดาร 2.55)  อย่างไรก็ตามมีข้อค้นพบที่น่าสังเกตคือ กลุ่มโรงเรียนในเขตหัวเมืองใหญ่มีการเล่น        การพนันในระดับที่มีค่าเฉลี่ยมากี่สุดในเรื่อง การเล่นเพื่อฆ่าเวลา (ค่าเฉลี่ย 2.82) ดังแผนภูมิที่ 4.1  ดังนี้

รายละเอียดสาเหตุการเล่นการพนันในแต่ละประเภท มีดังนี้

 

1. ผลสำรวจความคิดเห็นการเล่นเพื่อฆ่าเวลา

แผนภูมิที่ 4.2 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อสาเหตุที่คนเล่นการพนัน : เล่นเพื่อฆ่าเวลา

ตารางที่ 4.1 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อสาเหตุที่คนเล่นการพนัน : เล่นเพื่อฆ่าเวลา

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
2.82
1.62
0.79
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
0 – 5
0 – 5
ไม่มีความเห็น – 4
ค่าฐานนิยม (Mode)
3 (ปานกลาง)
1 (น้อยที่สุด)
0 (ไม่เห็นด้วย)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีเห็นด้วยมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่เห็นด้วยเลย

จากแผนภูมิที่ 4.2 และตารางที่ 4.1 แสดงให้เห็นว่า สาเหตุการเล่นพนันเพื่อฆ่าเวลา (ค่าเฉลี่ย 2.85) อยู่ในระดับปานกลาง ในเขตหัวเมืองใหญ่ สูงกว่าการเล่นพนันเพื่อฆ่าเวลาสูงกว่าโรงเรียนในต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 1.62)  ไม่พบการเล่นพนันเพื่อฆ่าเวลาใน โรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 0.79)

 

2. ผลสำรวจความคิดเห็นการเล่นพนันเพราะเพื่อนชวน

แผนภูมิที่ 4.3 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อสาเหตุที่คนเล่นการพนัน : เล่นเพราะเพื่อนชวน

ตารางที่ 4.2 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อสาเหตุที่คนเล่นการพนัน : เล่นเพราะเพื่อนชวน

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
1.81
1.77
1.14
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
ไม่มีความเห็น – 5
0 – 5
ไม่มีความเห็น – 3
ค่าฐานนิยม (Mode)
1 (น้อยที่สุด)
2 (น้อย)
1 (น้อยที่สุด)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีเห็นด้วยมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่เห็นด้วยเลย

จากแผนภูมิที่ 4.3 และตารางที่ 4.2 แสดงให้เห็นว่า สาเหตุการเล่นพนันเพราะเพื่อนชวน (ค่าเฉลี่ย 1.88) อยู่ในระดับน้อย ในเขตหัวเมืองใหญ่ โรงเรียนในต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 1.77) สูงกว่าโรงเรียนในเขตทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 1.14) ที่อยู่ในระดับน้อยที่สุด

 

3. ผลสำรวจความคิดเห็นการเล่นพนันเพราะรู้สึกดีเมื่อมีโชค

แผนภูมิที่ 4.4 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อสาเหตุที่คนเล่นการพนัน : เล่นเพราะรู้สึกดีเมื่อมีโชค

ตารางที่ 4.3 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อสาเหตุที่คนเล่นการพนัน : เล่นเพราะรู้สึกดีเมื่อมีโชค

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
2.60
2.92
1.55
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
0 – 5
0 – 5
ไม่มีความเห็น – 5
ค่าฐานนิยม (Mode)
2 (น้อย)
2 (น้อย) – 5 (มากที่สุด)
ไม่มีความเห็น
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีเห็นด้วยมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่เห็นด้วยเลย

จากแผนภูมิที่ 4.4 และตารางที่ 4.3 แสดงให้เห็นว่า สาเหตุการเล่นพนันเพราะ รู้สึกดีเมื่อมีโชค          (ค่าเฉลี่ย 2.92) อยู่ในระดับปานกลาง ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด โรงเรียนในเขตหัวเมืองใหญ่ (ค่าเฉลี่ย 2.60)        สูงกว่าโรงเรียนในเขตทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 1.55) ที่อยู่ในระดับน้อย

 

4. ผลสำรวจความคิดเห็นการเล่นพนันเพราะอยากรวยเร็ว ได้เงินโดยไม่ต้องออกแรง

แผนภูมิที่ 4.5 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อสาเหตุที่คนเล่นการพนัน : เล่นเพราะอยากรวยเร็ว

ตารางที่ 4.4 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อสาเหตุที่คนเล่นการพนัน : เล่นเพราะอยากรวยเร็ว

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
2.73
2,85
2.00
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
0 – 5
0 – 5
ไม่มีความเห็น – 5
ค่าฐานนิยม (Mode)
3 (ปานกลาง) –
5 (มากที่สุด)
0 (ไม่เห็นด้วย)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีเห็นด้วยมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่เห็นด้วยเลย

จากแผนภูมิที่ 4.5 และตารางที่ 4.4 แสดงให้เห็นว่า สาเหตุการเล่นพนันเพราะ อยากรวยเร็ว           (ค่าเฉลี่ย 2.85) อยู่ในระดับปานกลาง ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด โรงเรียนในเขตหัวเมืองใหญ่ (ค่าเฉลี่ย 2.73)      สูงกว่าโรงเรียนในเขตทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 2.00) ที่อยู่ในระดับน้อย

 

5. ผลสำรวจความคิดเห็นการเล่นพนันเพราะฝึกสมอง

แผนภูมิที่ 4.6 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อสาเหตุที่คนเล่นการพนัน : เล่นเพราะฝึกสมอง

ตารางที่ 4.5 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อสาเหตุที่คนเล่นการพนัน : เล่นเพราะฝึกสมอง

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
1.60
1.54
0.72
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
ไม่มีความเห็น – 5
0 – 5
ไม่มีความเห็น – 3
ค่าฐานนิยม (Mode)
0 (ไม่เห็นด้วย)
1 (น้อยที่สุด) –
2 (น้อย)
ไม่มีความเห็น
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีเห็นด้วยมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่เห็นด้วยเลย

จากแผนภูมิที่ 4.6 และตารางที่ 4.5 แสดงให้เห็นว่า สาเหตุการเล่นพนันเพราะ ฝึกสมอง (ค่าเฉลี่ย 1.60) อยู่ในระดับน้อย ในเขตพื้นที่หัวเมืองใหญ่ โรงเรียนในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 1.54)  สูงกว่าโรงเรียนในเขตทุรกันดาร ที่ไม่พบการเล่นการพนันเพราะฝึกสมอง (ค่าเฉลี่ย 0.72)

 

6. ผลสำรวจความคิดเห็นการเล่นพนันเพราะสนุก

แผนภูมิที่ 4.7 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อสาเหตุที่คนเล่นการพนัน : เล่นเพราะสนุก

ตารางที่ 4.6 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อสาเหตุที่คนเล่นการพนัน : เล่นเพราะสนุก

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
2.03
2.62
1.59
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
ไม่มีความเห็น – 5
0 – 5
ไม่มีความเห็น – 5
ค่าฐานนิยม (Mode)
1 (น้อยที่สุด)
2 (น้อย)
3 (ปานกลาง)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีเห็นด้วยมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่เห็นด้วยเลย

จากแผนภูมิที่ 4.7 และตารางที่ 4.6 แสดงให้เห็นว่า สาเหตุการเล่นพนันเพราะ สนุก (ค่าเฉลี่ย 2.62) อยู่ในระดับปานกลาง ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด สูงกว่าโรงเรียนในเขตพื้นที่หัวเมืองใหญ่ (ค่าเฉลี่ย 2.03) และโรงเรียนในเขตทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 1.59) ที่อยู่ในระดับน้อย

2. ผลสำรวจปัญหาการเล่นการพนันในสังคมไทยเป็นเรื่องที่แก้ไขได้

แผนภูมิที่ 4.8 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อความคิดที่ว่า ปัญหาการเล่นการพนันในสังคมไทยเป็นเรื่องที่แก้ไขได้

ตารางที่ 4.7 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อความคิดที่ว่า ปัญหาการเล่นการพนันในสังคมไทยเป็นเรื่องที่แก้ไขได้

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
2.71
2.23
1.52
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
ไม่มีความเห็น – 5
0 – 5
ไม่มีความเห็น – 5
ค่าฐานนิยม (Mode)
3 (ปานกลาง)
0 (ไม่เห็นด้วย)
ไม่มีความเห็น
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีเห็นด้วยมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่เห็นด้วยเลย

จากแผนภูมิที่ 4.8 และตารางที่ 4.7 แสดงให้เห็นว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูต่อความคิดที่ว่าปัญหาการเล่นการพนันในสังคมไทยเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ (ค่าเฉลี่ย 2.71) อยู่ในระดับปานกลาง ในเขตพื้นที่หัวเมืองใหญ่ สูงกว่าโรงเรียนในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 2.23) และโรงเรียนในเขตทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 1.52) ที่อยู่ในระดับน้อย

3. ผลสำรวจการเล่นการพนันประเภทต่าง ๆ ของผู้ปกครองและครูตามความคิดเห็นของครู ผู้เข้าร่วมโครงการ

ทางโครงการจึงได้สำรวจความคิดเห็นของครูต่อเรื่องการพนันแบบต่าง คือ หวยใต้ดิน ลอตเตอรี่ พนันบอล ไฮโล ไพ่ ได้ผลสำรวจออกมาในกลุ่มครูและผู้ปกครอง พบว่า ในบรรดาการพนันประเภทต่างๆ ครูคิดว่าผู้ปกครองมีพฤติกรรมการซื้อลอตเตอรี่มากกว่าการเล่นพนันแบบอื่น โดยพบค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 2.77) ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด เช่นเดียวกับครูที่มีพฤติกรรมการเล่นการ

พนันคือการซื้อลอตเตอรีมากกว่าการเล่นพนันแบบอื่นแต่อยู่ในระดับน้อย (ค่าเฉลี่ย 1.67) โดยพบในเขตหัวเมืองใหญ่ ในขณะที่ประเภทการพนันที่เล่นน้อยที่สุดในกลุ่มผู้ปกครอง (ค่าเฉลี่ย 2.08) ในพื้นที่ต่างจังหวัด และไม่พบพฤติกรรมดังกล่าวในกลุ่มครู (ค่าเฉลี่ย 0.45) คือการพนันบอล และการเล่นไฮโล (ค่าเฉลี่ย 0.66) ในทุกพื้นที่

แผนภูมิที่ 4.9 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการเล่นพนันประเภทต่าง ของผู้ปกครองตามความคิดเห็นของครู

แผนภูมิที่ 4.10 เปรียบเทียบค่าเฉลียการเล่นพนันประเภทต่าง ของครู

รายละเอียดการเล่นพนันแบบต่างๆ ของครูและผู้ปกครอง ดังนี้

 

1.  ผลสำรวจการเล่นหวยใต้ดิน

ผลสำรวจความคิดเห็นของครูแบ่งออกเป็นความคิดเห็นต่อการเล่นหวยใต้ดินในกลุ่ม           ผู้ปกครองตามความคิดของครูและการเล่นหวยใต้ดินของครูของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า จำนวนค่าเฉลี่ยของผู้ปกครองมีการเล่นหวยใต้ดินสูงสุดมีมากในระดับปานกลางพบในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 2.54) ในขณะที่ครูมีจำนวนค่าเฉลี่ยในการเล่นหวยใต้ดินมากสุดอยู่ในระดับน้อย (ค่าเฉลี่ย 1.21)  ในเขตพื้นที่หัวเมืองใหญ่ ดังรายละเอียดดังนี้

1.1. พฤติกรรมการเล่นการพนันหวยใต้ดินของผู้ปกครองตามการรับรู้ของครู

แผนภูมิที่ 4.11 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูที่มีต่อผู้ปกครองในเรื่องของพฤติกรรมการเล่นหวยใต้ดิน

ตารางที่ 4.8 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูที่มีต่อผู้ปกครองในเรื่องพฤติกรรมการเล่นหวยใต้ดิน

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
2.32
2.54
1.79
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
0 – 5
0 – 5
ไม่มีความเห็น – 5
ค่าฐานนิยม (Mode)
3 (ปานกลาง)
1 (น้อยที่สุด)
2 (น้อย) – 1(น้อยที่สุด)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีพฤติกรรมนั้นมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่มีพฤติกรรมนั้นเลย

จากแผนภูมิที่ 4.11 และตารางที่ 4.8 แสดงให้เห็นว่า การเล่นหวยใต้ดินของผู้ปกครองจากกลุ่มโรงเรียนในต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 2.54) อยู่ในระดับปานกลาง สูงกว่าโรงเรียนในหัวเมืองใหญ่ (ค่าเฉลี่ย 2.32) และ โรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 1.79)

1.2 พฤติกรรมการเล่นการพนันหวยใต้ดินของครู 

แผนภูมิที่ 4.12 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูในเรื่องพฤติกรรมการเล่นหวยใต้ดิน

ตารางที่ 4.9 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูในเรื่องพฤติกรรมการเล่นหวยใต้ดิน

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
1.21
1.15
0.93
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
ไม่มีความเห็น – 5
0 – 5
ไม่มีความเห็น – 5
ค่าฐานนิยม (Mode)
0 (ไม่เลย)
0 (ไม่เลย) – 1 (น้อยที่สุด)
0 (ไม่เลย)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีพฤติกรรมนั้นมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่มีพฤติกรรมนั้นเลย

จากแผนภูมิที่ 4.12 และตารางที่ 4.9 แสดงให้เห็นว่า ารเล่นหวยใต้ดินของครูจากกลุ่มโรงเรียนในหัวเมืองใหญ่ (ค่าเฉลี่ย 1.21) และในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 1.15) อยู่ในระดับน้อย สูงกว่าโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 0.93)

 

2.  ผลสำรวจการซื้อลอตเตอรี่

ผลสำรวจความคิดเห็นของครูแบ่งออกเป็นความคิดเห็นต่อการซื้อลอตเตอรีในกลุ่มผู้ปกครองตามความคิดของครูและการซื้อลอตเตอรีของครูของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า จำนวนค่าเฉลี่ยการซื้อ       ลอตเตอรีของผู้ปกครองมีในระดับปานกลางพบในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 2.77) ในขณะที่ครูมีจำนวนค่าเฉลี่ยในการเล่นหวยใต้ดินมากสุดอยู่ในระดับน้อย (ค่าเฉลี่ย 1.69) ในเขตพื้นที่หัวเมืองใหญ่ ดังรายละเอียดดังนี้

2.1 พฤติกรรมการซื้อลอตเตอรี่ของผู้ปกครองตามการรับรู้ของครู

แผนภูมิที่ 4.13 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูที่มีต่อผู้ปกครอง ในเรื่องการเล่นลอตเตอรี่

ตารางที่ 4.10 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูที่มีต่อผู้ปกครองในเรื่องการซื้อลอตเตอรี่

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
2.65
2.77
1.38
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
0 – 5
0 – 5
ไม่มีความเห็น – 5
ค่าฐานนิยม (Mode)
4 (มาก)
4 (มาก)
1 (น้อยที่สุด)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีพฤติกรรมนั้นมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่มีพฤติกรรมนั้นเลย

จากแผนภูมิที่ 4.13 และตารางที่ 4.10 แสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้ปกครองจากกลุ่มโรงเรียนในต่างจังหวัด ซื้อลอตเตอรี (ค่าเฉลี่ย 2.77) และโรงเรียนหัวเมืองใหญ่ซื้อลอตเตอรี่ (ค่าเฉลี่ย 2.65) อยู่ในระดับปานกลาง สูงกว่าโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 1.38)

2.2 พฤติกรรมการซื้อลอตเตอรี่ของของครู

แผนภูมิที่ 4.14 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครู ในเรื่องพฤติกรรมการซื้อลอตเตอรี่

ตารางที่ 4.11 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูในเรื่องการซื้อลอตเตอรี่

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
1.69
1.31
0.90
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
ไม่มีความเห็น – 5
0 – 3
ไม่มีความเห็น – 5
ค่าฐานนิยม (Mode)
1 (น้อยที่สุด)
1 (น้อยที่สุด)
0 (ไม่เลย)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีพฤติกรรมนั้นมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่มีพฤติกรรมนั้นเลย

จากแผนภูมิที่ 4.14 และตารางที่ 4.11 แสดงให้เห็นว่า การซื้อลอตเตอรีของครูในพื้นที่หัวเมืองใหญ่ซื้อลอตเตอรี อยู่ในระดับน้อย (ค่าเฉลี่ย 1.69) สูงกว่าโรงเรียนในพื้นที่ต่างจังหวัดซื้อลอตเตอรี่ (ค่าเฉลี่ย 1.31) โรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 0.90) ที่อยู่ในระดับน้อยที่สุด

 

3. ผลสำรวจการเล่นพนันบอล

ผลสำรวจความคิดเห็นของครูแบ่งออกเป็นความคิดเห็นต่อการเล่นพนันบอลในกลุ่มผู้ปกครองตามความคิดของครูและการเล่นพนันบอลของครูของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า จำนวนค่าเฉลี่ยการเล่นพนันบอลของผู้ปกครองสูงสุดมีมากในระดับน้อยพบในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 2.08) ในขณะที่ไม่พบพฤติกรรมการเล่นพนันบอลของครูในทุกเขตพื้นที่ (ค่าเฉลี่ย 0.45)  ดังรายละเอียดดังนี้

3.1 พฤติกรรมการเล่นพนันบอลของผู้ปกครองตามการรับรู้ของครู

แผนภูมิที่ 4.15 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูที่มีต่อพฤติกรรมการเล่นพนันบอลของผู้ปกครอง

ตารางที่ 4.12 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูที่มีต่อพฤติกรรมของผู้ปกครองในการเล่นพนันบอล

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
1.05
2.08
0.38
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
ไม่มีความเห็น – 4
0 – 5
ไม่มีความเห็น – 4
ค่าฐานนิยม (Mode)
0 (ไม่เลย)
0 (ไม่เลย)
0 (ไม่เลย)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีพฤติกรรมนั้นมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่มีพฤติกรรมนั้นเลย

จากแผนภูมิที่ 4.15 และตารางที่ 4.12 แสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้ปกครองจากกลุ่มโรงเรียนในต่างจังหวัดเล่นพนันบอล (ค่าเฉลี่ย 2.08) อยู่ในระดับน้อย สูงกว่า โรงเรียนหัวเมืองใหญ่ (ค่าเฉลี่ย 1.05) และ         ไม่พบพฤติกรรมการเล่นพนันบอลโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 0.38)

3.2 พฤติกรรมการเล่นพนันบอลของครู

แผนภูมิที่ 4.16 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูในเรื่องความชุกของพฤติกรรมการเล่นพนันบอล

ตารางที่ 4.13 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูในเรื่องการเล่นพนันบอล

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
0.45
0.15
0.21
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
ไม่มีความเห็น – 4
0 – 4
ไม่มีความเห็น – 2
ค่าฐานนิยม (Mode)
1 (น้อยที่สุด)
1 (น้อยที่สุด)
0 (ไม่เลย)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีพฤติกรรมนั้นมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่มีพฤติกรรมนั้นเลย

จากแผนภูมิที่ 4.16 และตารางที่ 4.13 แสดงให้เห็นว่า ไม่พบพฤติกรรมการเล่นพนันบอลจำนวนครูจากกลุ่มโรงเรียนในหัวเมืองใหญ่ (ค่าเฉลี่ย 0.45)  กลุ่มโรงเรียนในเขตทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 0.21) กลุ่มโรงเรียนในต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 0.15)

 

4. ผลสำรวจการเล่นไฮโล

ผลสำรวจความคิดเห็นของครูแบ่งออกเป็นความคิดเห็นต่อการเล่นไฮโลในกลุ่มผู้ปกครองตามความคิดของครูและการเล่นไฮโลของครูของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า จำนวนค่าเฉลี่ยการเล่นไฮโลของผู้ปกครองสูงสุดมีมากในระดับน้อยพบในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 1.62) ในขณะที่ไม่พบพฤติกรรมการเล่นไฮโลของครูในทุกเขตพื้นที่ (ค่าเฉลี่ย 0.45) ดังรายละเอียดดังนี้

4.1 พฤติกรรมการเล่นไฮโลของผู้ปกครองตามการรับรู้ของครู

แผนภูมิที่ 4.17 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูที่มีต่อผู้ปกครอง ในเรื่องพฤติกรรมการเล่นไฮโล

ตารางที่ 4.14 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูที่มีต่อผู้ปกครองในเรื่องพฤติกรรมการเล่นไฮโล

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
0.84
1.62
0.76
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
ไม่มีความเห็น – 4
0 – 5
ไม่มีความเห็น – 5
ค่าฐานนิยม (Mode)
0 (ไม่เลย)
0 (ไม่เลย)
0 (ไม่เลย)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีพฤติกรรมนั้นมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่มีพฤติกรรมนั้นเลย

จากแผนภาพที่ 4.17 และตารางที่ 4.14 แสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้ปกครองจากกลุ่มโรงเรียนในต่างจังหวัดเล่นไฮโล (ค่าเฉลี่ย 1.62) อยู่ในระดับน้อย ไม่พบพฤติกรรมการเล่นไฮโลในโรงเรียนหัวเมืองใหญ่          (ค่าเฉลี่ย 0.84) และ โรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 0.76)

4.2 พฤติกรรมการเล่นไฮโลของครู

แผนภูมิที่ 4.18 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูในเรื่องพฤติกรรมการเล่นไฮโลของครู

ตารางที่ 4.15 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูในเรื่องของพฤติกรรมการเล่นไฮโลของครู

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
0.52
0.15
0.41
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
ไม่มีความเห็น – 4
0 – 1
ไม่มีความเห็น – 4
ค่าฐานนิยม (Mode)
0 (ไม่เลย)
0 (ไม่เลย)
0 (ไม่เลย)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีพฤติกรรมนั้นมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่มีพฤติกรรมนั้นเลย

จากแผนภาพที่ 4.18 และตารางที่ 4.15 แสดงให้เห็นว่า ไม่พบพฤติกรรมการเล่นไฮโลในกลุ่มครูจากกลุ่มโรงเรียนในหัวเมืองใหญ่ (ค่าเฉลี่ย 0.52)  โรงเรียนพื้นที่ทุรกันดารเล่นไฮโล (ค่าเฉลี่ย 0.41) และ โรงเรียนในพื้นที่ต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 0.15)

 

5. ผลสำรวจการเล่นไพ่

ผลสำรวจความคิดเห็นของครูแบ่งออกเป็นความคิดเห็นต่อการเล่นไพ่ในกลุ่มผู้ปกครองตามความคิดของครูและการเล่นไพ่ของครูของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า ค่าเฉลี่ยการเล่นไพ่ของผู้ปกครองมีมากในระดับน้อยพบในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 1.92) ในขณะที่ไม่พบพฤติกรรมการเล่นไพ่ของครู        (ค่าเฉลี่ย 0.66)  ในทุกเขตพื้นที่ ดังรายละเอียดดังนี้

5.1 พฤติกรรมการเล่นไพ่ของผู้ปกครองตามการรับรู้ของครู

แผนภูมิที่ 4.19 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูที่มีต่อผู้ปกครองในเรื่องพฤติกรรมการเล่นไพ่

ตารางที่ 4.16 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูที่มีต่อผู้ปกครองขในเรื่องพฤติกรรมการเล่นไพ่

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
1.39
1.92
1.00
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
ไม่มีความเห็น – 4
0 – 5
ไม่มีความเห็น – 4
ค่าฐานนิยม (Mode)
0 (ไม่เลย)
0 (ไม่เลย)
0 (ไม่เลย)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีพฤติกรรมนั้นมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่มีพฤติกรรมนั้นเลย

จากแผนภูมิที่ 4.19 และตารางที่ 4.16 แสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้ปกครองจากกลุ่มโรงเรียนในต่างจังหวัดเล่นไพ่ (ค่าเฉลี่ย 1.92) อยู่ในระดับน้อย สูงกว่า โรงเรียนหัวเมืองใหญ่ (ค่าเฉลี่ย 1.39) และ โรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 1.00) ที่เล่นพนันอยู่ในระดับน้อยที่สุด

5.2 พฤติกรรมการเล่นไพ่ของครู

แผนภูมิที่ 4.20 ผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครู ในเรื่องพฤติกรรมการเล่นไพ่ของครู

ตารางที่ 4.17 ค่าสถิติของผลการสำรวจความคิดเห็นของคุณครูในเรื่องพฤติกรรมการเล่นไพ่ของครู

ตัวสถิติ รร.ในหัวเมืองใหญ่ รร.ในต่างจังหวัด รร.ในพื้นที่ทุรกันดาร
ค่าเฉลี่ย* (Mean)
0.66
0.31
0.45
ค่าพิสัย (Range : Min-Max)
ไม่มีความเห็น – 4
0 – 2
ไม่มีความเห็น – 4
ค่าฐานนิยม (Mode)
0 (ไม่เลย)
0 (ไม่เลย)
0 (ไม่เลย)
ขนาดกลุ่มตัวอย่าง (n)
62
13
29

หมายเหตุ : เฉลี่ยจากผลสำรวจความเห็นโดยมี 5 แทนมีพฤติกรรมนั้นมากที่สุด ลงมาถึง 0 คือ ไม่มีพฤติกรรมนั้นเลย

จากแผนภาพที่ 4.20 และตารางที่ 4.17 แสดงให้เห็นว่า ไม่พบพฤติกรรมการเล่นไพ่ของครูในทุกเขตพื้นที่ กลุ่มโรงเรียนในหัวเมืองใหญ่เล่นไพ่ (ค่าเฉลี่ย 0.66) โรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร (ค่าเฉลี่ย 0.45) โรงเรียนต่างจังหวัด (ค่าเฉลี่ย 0.31)