ชุดสื่อกิจกรรม

กิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันจากการพนัน

* กิจกรรมฝึกการกำกับตนเอง (Sensory Sensing) แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ

  1. การกำกับการใช้ร่างกายของตนเอง ประกอบด้วย 3 ระดับกิจกรรม คือ  

          1) การรู้จักชื่ออวัยวะ: กิจกรรมมนุษย์ไม้บล็อก 

          2) การควบคุมการประสานการใช้ร่างกายผ่านการใช้กล้ามเนื้อย่อย: กิจกรรมวาดรูปด้วยเท้า 

          3) การควบคุมการประสานการใช้ร่างกายผ่านการใช้กล้ามเนื้อใหญ่: กิจกรรมฟองสบู่ยักษ์

  1. การกำกับควบคุมความต้องการของตนเอง คือ กิจกรรมทำขนม Choc Ball  

* กิจกรรมฝึกการแก้ปัญหาเมื่อถูกล่อลวง (Bonding Sensing) คือ การปฏิเสธปีศาจไม่เล่นพนัน

* กิจกรรมฝึกการเป็นผู้ให้ (Bonding Sensing) คือ การฝึกเป็นคุณหมอในสถานการณ์จำลอง

* กิจกรรมสะท้อนความเข้าใจ (Bonding Sensing) คือ กิจกรรมการออกแบบการนำเสนองานผ่าน ละคร นิทาน

Sensory Sensing

กิจกรรมฝึกการกำกับตนเอง (Sensory Sensing : กิจกรรมการคิดอย่างมีเหตุและผลผ่านการใช้เครื่องมือแบบต่าง ๆ)

1. การกำกับการใช้ร่างกายของตนเอง ประกอบด้วย 3 ระดับกิจกรรม คือ 

กิจกรรมมนุษย์ไม้บล็อก

วัตถุประสงค์ 

1) เพื่อให้เด็กรู้จักชื่ออวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

2) เพื่อให้เด็กออกแบบวางแผนการวางไม้บล็อกให้รอบตามลำตัวของเพื่อน

3) เพื่อให้เด็กควบคุมกำกับตนเองให้นอนนิ่ง ๆ ไม่ขยับตัว

สื่อ 

1) ผ้าปูรอง 3 ผืน

2) ไม้บล็อกขนาด รูปร่างต่าง ๆ

3) ของตกแต่งประกอบฉาก

จำนวนเด็ก 5-6 คน

คนนอน 3 คน

คนวางไม้บล็อก 2-3 คน

วิธีการสอน

* ช่วงการฝัน *

1) การแบ่งหน้าที่ แบ่งกลุ่มเด็กออกเป็น กลุ่มคนนอน กับกลุ่มคนวางไม้บล็อก

2) การวางแผน ให้แต่ละกลุ่มออกแบบวางแผน ดังนี้

กลุ่มคนนอน ให้คิดคิดนิทานมา 1 เรื่อง แล้วออกแบบท่าทางในการนอนของตนเองตามลักษณะเด่นของนิทาน ต้นเรื่อง กลางเรื่อง และตอนจบของเรื่อง

กลุ่มคนวางไม้บล็อก ให้คิดคำนวณจำนวนไม้บล็อคและลักษณะรูปร่างของไม้บล็อกที่จะนำมาใช้

* ช่วงการฝึกฝนและฝ่าฟัน *

3) การปฏิบัติตามแผน 

(1) ให้เด็กนอนนิ่ง ๆ บนผ้าปูในท่าที่ตนวางแผน

ผืนที่ 1 ต้นเรื่องของนิทาน

ผืนที่ 2 กลางเรื่องของนิทาน

ผืนที่ 3 ปลายเรื่องของนิทาน

(2) ให้คนวางไม้บล็อกช่วยกันวางเรียงตามขอบเขตของร่างกายของเพื่อนที่นอนอยู่

 4) การประเมินการทำงาน

(1) ให้เด็ก  ๆ สะท้อนว่าใช้ไม้บล็อกไปทั้งหมดกี่ก้อน 

(2) ใช้ไม้บล็อกแบบใดกับอวัยวะส่วนใด

(3) รู้จักอวัยวะส่วนใดมากขึ้นบ้าง อวัยวะแต่ละส่วนมีลักษณะอย่างไร

(4) ปัญหาของการทำงานนี้คืออะไร และมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

เด็กโรงเรียนศรีวิทยา จังหวัดฉะเชิงเทราแบ่งกลุ่มคนนอนคิดนิทาน และออกแบบท่าทาง 1 ท่า ส่วนกลุ่มคนวางไม้บล็อกคิดคำนวณจำนวนไม้บล็อกและลักษณะรูปร่างของไม้บล็อกที่จะใช้ ก่อนจะช่วยกันวางเรียงตามขอบเขตของร่างกายของเพื่อนที่นอนอยู่

นิทานได้ถูกแบ่งเป็น 3 ช่วงคือ ต้นเรื่องกลางเรื่อง และตอนจบ ซึ่งเด็ก ๆ กลุ่มที่แต่งนิทานจะเลือกท่าทางที่โดดเด่นในแต่ละช่วงมาแล้วนอนทำท่าทางนั้น เพื่อให้กลุ่มคนที่วางไม้บล็อกได้เรียงไม้บล็อกตามขอบของร่างกายของตน โรงเรียนศรีวิทยา จังหวัดฉะเชิงเทรา

เด็ก ๆ โรงเรียนบ้านสังขะ จังหวัดสุรินทร์ช่วยกันนับว่าใช้ไม้บล็อกไปกี่ก้อน และใช้ไม้บล็อกประเภทใดกับอวัยวะส่วนไหนบ้าง ก่อนที่จะสะท้อนปัญหาของการทำงานและวิธีการแก้ปัญหา

กิจกรรมวาดรูปด้วยเท้า

วัตถุประสงค์ 

1) เพื่อฝึกการประสานการใช้ร่างกายกับกล้ามเนื้อย่อย

2) เพื่อฝึกการควบคุมการกำกับทิศทางการเขียนด้วยเท้า

สื่อ 

1) กระดาษวาดเขียน และเทปสำหรับติดกำแพง

2) สีไม้

3) ของตกแต่งประกอบฉาก

จำนวนเด็ก 2 คนต่อ 1 แผ่น

วิธีการสอน

* ช่วงการฝัน *

1) การวางแผน ให้แต่ละคนจะวาดรูปอะไร

* ช่วงการฝึกฝนและฝ่าฟัน *

2) สำรวจลักษณะของสีไม้ที่จะใช้ เพื่อศึกษาว่าคีบด้วยเท้าแบบใดจึงจะสามารถวาดได้

3) ทดลองท่านั่งหรือนอนในการวาด ว่าวาดแบบใดถนัดที่สุด

4) การปฏิบัติตามแผน 

(1) ให้เด็ก ๆ ฝึกวาดเส้นตรง เส้นโค้ง

(2) ให้เด็ก ๆ ลองวาดภาพที่ต้องการ

(3) ให้เด็กลองพลิกแพลงท่าวาดหรือสิ่งที่จะวาด

5) การประเมินการทำงาน

(1) ให้เด็ก ๆ สะท้อนว่าสามารถควบคุมการใช้เท้าวาดให้เป็นไปตามที่ต้องการได้หรือไม่ 

(2) ให้เด็ก ๆ เปรียบเทียบความเหมือนและความต่างของการใช้เท้าวาดกับการใช้มือวาด

(3) ให้เด็ก ๆ ประเมินว่าสามารถสร้างวิธีการวาดแบบใหม่ ๆ หรือค้นพบเทคนิคการวาดภาพด้วยเท้าแบบใดได้บ้าง

(4) ปัญหาของการทำงานนี้คืออะไร และมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

เด็ก ๆ โรงเรียนบ้านสังขะ จังหวัดสุรินทร์ทดลองนอนวาด แล้วลองใช้ง่ามนิ้วเท้าคีบดินสอเพื่อวาดรูปต่าง ๆ

การฝึกควบคุมการใช้ง่ามนิ้วเท้าในการคีบดินสอและการใช้ขาควบคุมการเคลื่อนไหว เพื่อให้เกิดเส้นลักษณะต่าง ๆ แล้ววาดเป็นรูปตามที่ตนวางแผนไว้ โรงเรียนบ้านสังขะ จังหวัดสุรินทร์

กิจกรรมฟองสบู่ยักษ์

วัตถุประสงค์ 

1) เพื่อฝึกการประสานการใช้มือตาสัมพันธ์

2) เพื่อฝึกการควบคุมการเคลื่อนตำแหน่งของร่างกายช้า ๆ นิ่ง ๆ 

3) เพื่อฝึกการควบคุมอารมณ์ และการสร้างความมุ่งมั่นในการทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง

4) การฝึกทักษะการสังเกตการเปลี่ยนแปลงและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

สื่อ 

1) น้ำฟองสบู่

ส่วนผสม
น้ำยาล้าง​จาน 1 ถุง​( ชนิดที่ไม่มีสี)
กรีเซอรีน​ 4 ช้อนโต๊ะ
ผงกัวร์กัม​1 ช้อนชา
ผงปั้น​ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
(1) นำผงกัวร์กัมและผงปั้นผสมกันแล้วเติมน้ำเล็กน้อยคนให้เข้ากัน
(2) นำส่วนผสมข้อ 1 ผสมกับน้ำยาล้างจาน​คนให้เข้ากัน
(3) ทิ้งไว้​ 1 คืน​ก่อนนำมาเล่น

2) ก้านลวดกำมะหยี่ หรือ ก้านตะเกียบ 1 คู่ ต่อ 1 คน และเชือกขาว

3) ถังใส่น้ำขนาดกลาง

จำนวนเด็ก 1 คนต่อ 1 ไม้

วิธีการสอน

* ช่วงการฝัน *

1) การวางแผน ให้แต่ละคนคิดว่าจะสร้างฟองลูกใหญ่หรือลูกเล็ก และศึกษาวิธีการทำฟองคือ 

กางมือ กำมือหยิบจับ       ค่อย ๆ ขยับ เยื้อนย่างออกจากที่ 

ยืนตรง ยืดแขน โยกย้ายได้ดี       แขนขาทั้งสี่ ช่วยพยุงลำตัว

ลองเหยียด ยุบ ย่าง หยุด                 ยืดย่อ ยื้อยุด ย่องย้ายได้ทั่ว

นิ้ว มือ แขน ขา ทั้งตัว ทั้งหัว       คุมได้ทั้งตัว คือคนเก่งเอย

                                                              ดร. อัญญมณี บุญซื่อ 

                                                              18 พฤศจิกายน 2562 

 

* ช่วงการฝึกฝนและฝ่าฟัน *

2) ทดลองค่อย ๆ ชุบไม้ตะเกียบแช่ในอ่างน้ำยา แล้วค่อย ๆ ยืดตัว ย้ายตำแหน่งในการลากน้ำยาไปกับตนเอง สามารถใช้การถอยหลังหรือเดินหน้าแล้วแต่ถนัด

หมายเหตุ ระวังไม่ให้เชือกที่มัดไม้เปื้อนกับพื้นดิน เพราะเศษดินที่ติดที่เชือกจะทำให้ฟองสบู่ไม่เกาะที่เชือก             

3) การปฏิบัติตามแผน 

ให้เด็กๆ หาพื้นที่ของตนเองและสร้างฟองสบู่

หมายเหตุ ควรเป็นที่ร่มหรือแดดรำไร เพราะฟองสบู่จะอยู่ได้นานกว่าที่แดดจัด

4) การประเมินการทำงาน

(1) ให้เด็ก ๆ สะท้อนว่าสามารถควบคุมการใช้ร่างกายในการสร้างฟองสบู่ให้เป็นไปตามที่ต้องการได้หรือไม่ 

(2) ให้เด็ก ๆ อธิบายเทคนิคการสร้างฟองสบู่ของตนเอง

(3) ปัญหาของการทำงานนี้คืออะไร และมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

การฝึกกำกับตนเองด้วยวิธีง่าย ๆ คือ การสร้างฟองสบู่ยักษ์ ซึ่งเด็กต้องกำกับการใช้ร่างกายให้เคลื่อนตัวช้า ๆ การฝึกกำกับทางกายได้จะเป็นพื้นฐานของการกำกับทางใจ โรงเรียนบ้านอุได จังหวัดสตูล

เด็ก ๆ โรงเรียนสาธิตพัฒนา กรุงเทพมหานครทำลองทำซ้ำ เพื่อหาวิธีทำฟองสบู่ยักษ์

การเล่นฟองในช่วงเช้า และเล่นในวันที่อากาศไม่ร้อนจะช่วยทำให้ฟองสบู่เหนียวและแตกยาก โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

2. การกำกับควบคุมความต้องการของตนเอง

กิจกรรมทำขนม Choc Ball

วัตถุประสงค์ 

1) เพื่อฝึกการแยกแยะส่วนประกอบของเครื่องปรุงทำขนม

2) เพื่อฝึกการควบคุมความต้องการอยากรับประทาน อดทนที่จะไม่ชิมจนกว่างานจะสำเร็จ 

3) เพื่อฝึกความมุ่งมั่นในการทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง

4) การฝึกทักษะการสังเกตการเปลี่ยนแปลงและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

สื่อ 

1) เครื่องปรุงการทำขนม 

แคร็กเกอร์ที่ไม่มีกลิ่นหรือรสอื่น เช่น ยี่ห้อ Ritz

ผงโอวัลติน

นมข้นหวาน

ที่โรยแต่งหน้าเค้ก / เยลลี่

2) อุปกรณ์ทำขนม

ถุงพลาสติกขนาดเล็ก ตามจำนวนเด็ก (1 คนต่อ 1 ถุง)

ถ้วยกระดาษสำหรับใส่ขนม

คลิปสาธิตการทำขนม Choc Ball โดยโครงการอารักข์

จำนวนเด็ก 5-6 คน

วิธีการสอน

*ช่วงการฝัน*

1) การวางแผน ให้แต่ละคนคิดว่าถ้าจะทำขนม Choc Ball น่าจะใช้วัสดุอุปกรณ์อะไรบ้าง

*ช่วงการฝึกฝนและฝ่าฟัน *

2) การปฏิบัติตามแผน 

ให้เด็กๆ ทำตามขั้นตอนการทำขนม

(1) เปิดปากถุง

(2) ใส่แคร็กเกอร์ ประมาณ 3 ชิ้น แล้วให้เด็ก ๆ ทุบ พร้อมกับออกเสียงว่า “ทุบ ๆ”ประกอบท่าทาง หรืออาจพูดเป็นภาษาอังกฤษว่า “Smash Smash” ขณะที่ทุบครูชวนเด็กสังเกตการเปลี่ยนแปลงว่าเมื่อแคร็กเกอร์ถูกทุบแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เช่น แคร็กเกอร์แหลกเป็นชิ้นเล็ก ๆ 

(3) ใส่ผงโอวัลติน ประมาณ 2 ช้อนชา ให้เด็ก ๆ จับปากถุงให้แน่นแล้วเขย่า พร้อมกับออกเสียงว่า “เขย่า ๆ” ประกอบท่าทาง หรืออาจพูดเป็นภาษาอังกฤษว่า “Shake Shake” ขณะที่ทุบครูชวนเด็กสังเกตการเปลี่ยนแปลงว่าเมื่อแคร็กเกอร์ถูกเขย่าแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เช่น แคร็กเกอร์เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล

 เด็ก ๆ ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าชะอม จังหวัดอุทัยธานีใส่แคร็กเกอร์ลงในถุงพลาสติกแล้วใช้มือทุบพร้อมพูดว่า “ทุบ ทุบ ทุบ”

โครงการอารักข์ได้บูรณาการการสอนภาษาอังกฤษในการทำกิจกรรม เมื่อเด็ก ๆ โรงเรียนตำรวจชายแดนนเรศวรป่าละอู จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ใส่ผงโอวัลตินลงไปในถุงพลาสติก แล้วปิดปากถุงเขย่า พร้อมกับพูดว่า “shake shake” หลังจากนั้นสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เช่นสี กลิ่น หรือลักษณะที่เปลี่ยนไป

ระหว่างการทำขนมครูชักชวนเด็ก ๆ ของโรงเรียนบ้านหนองไฮขามเปี้ย จังหวัดขอนแก่นสังเกต เปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงของวัตถุดิบ

(4) ใส่นมข้นหวานลงไป ประมาณ 2 ช้อนชา ให้เด็ก ๆ จับปากถุงให้แน่นแล้วบีบ พร้อมกับออกเสียงว่า “บีบ ๆ” ประกอบท่าทาง หรืออาจพูดเป็นภาษาอังกฤษว่า “Squeeze Squeeze” ขณะที่บีบครูชวนเด็กสังเกตการเปลี่ยนแปลงว่าเมื่อแครกเกอร์ถูกบีบแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เช่น แคร็กเกอร์รวมตัวเป็นก้อน หรือให้ดมกลิ่นแคร็กเกอร์อีกครั้งว่าได้กลิ่นอะไร

หลังจากบีบนมข้นหวานลงไปแล้ว เด็ก ๆ ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ปิดปากถุงแล้วขยำและปั้นผงแคร็กเกอร์ป่นให้เป็นก้อน พร้อมกับพูดว่า “บีบ บีบ บีบ” หลังจากนั้นสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

เด็ก ๆ โรงเรียนกาละพัฒน์ จังหวัดภูเก็ตมีความตั้งใจในการทำขนม Choc Ball มาก และอดกลั้นไม่แอบชิมก่อนทำขนมเสร็จ

(5) ให้เด็ก ๆ ตักขนมจากถุงใส่ถ้วยกระดาษ แล้วตกแต่งหน้าขนมด้วยที่โรยและเยลลี่ ขณะที่ทำครูชวนเด็กสังเกตการเปลี่ยนแปลงว่าเมื่อแคร็กเกอร์ถูกตกแต่งแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง เช่น แคร็กเกอร์มีสีสันมากขึ้น ดูสวยงาม

เด็ก ๆ ที่โรงเรียนบ้านห้วยห้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน บอกชื่อของตกแต่งก่อนที่จะใส่ขนมลงในถ้วยแล้วตกแต่งหน้าขนมด้วยที่โรยและเยลลี่

4) การประเมินการทำงาน

(1) ให้เด็ก ๆ สะท้อนว่าสามารถประสานการใช้ร่างกายในการทำขนมด้วยท่าทางต่าง ๆ ได้หรือไม่ 

(2) ให้เด็ก ๆ รู้คำศัพท์เพิ่มเติมจากกิจกรรมนี้ไหม ทั้งไทยและภาษาอังกฤษ

(3) ให้เด็กๆ สะท้อนว่าสามารถอดทนรอคอยไม่ชิมจนงานสำเร็จได้หรือไม่

(3) ปัญหาของการทำงานนี้คืออะไร และมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

ผลงานการทำขนม Choc Ball ของเด็ก ๆ โรงเรียนอนุบาลศูนย์ศลิปาชีพบางไทรในพระราชูปถัมภ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

Rational Sensing

กิจกรรมฝึกการคิดแยกแยะ มุมปลอดภัย: มุมบ้าน ตำรวจ โรงพยาบาล โรงเรียน

Rational Sensing : การแยกแยะองค์ประกอบ หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ ที่นำไปสู่การเห็นการเปลี่ยนแปลง

วัตถุประสงค์ 

1) เพื่อฝึกการแยกแยะ

2) เพื่อฝึกการควบคุมการเคลื่อนตำแหน่งของร่างกายให้ช้า ๆ นิ่ง ๆ 

3) เพื่อฝึกการควบคุมอารมณ์ และการสร้างความมุ่งมั่นในการทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง

4) การฝึกทักษะการสังเกตการเปลี่ยนแปลงและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

สื่อ 

1) มุมบ้าน มุมพยาบาล มุมตำรวจ หรือมุมอื่น ๆ ที่จัดของวางให้รก ๆ 

2) อุปกรณ์ทำความสะอาด

จำนวนเด็ก 5-6 คน

วิธีการสอน

ช่วงการฝัน

1) การวางแผน ให้แต่ละคนคิดว่ามุมที่เด็ก ๆ เข้ามาเล่นนี้มีความสะอาด เป็นระเบียบหรือไม่ เพราะอะไร และเด็ก ๆ จะแก้ปัญหาอย่างไร เพื่อให้มุมนี้เป็นระเบียบและสะอาด

ช่วงการฝึกฝนและฝ่าฟัน

2) ทดลองใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดแบบต่าง ๆ 

3) การปฏิบัติตามแผน 

ให้เด็ก ๆ แบ่งงานว่าใครจะทำความสะอาดหรือจัดของอะไร ด้วยอุปกรณ์ชนิดใด 

4) การประเมินการทำงาน

(1) ให้เด็ก ๆ สะท้อนว่าสามารถประสานการใช้ร่างกายในการทำความสะอาดและจัดระเบียบได้ด้วยวิธีอะไรบ้าง 

(2) ให้เด็ก ๆ อธิบายความแตกต่างของก่อนและหลังการจัดและการทำความสะอาดว่ามีความเหมือนต่างกันอย่างไร

(3) ปัญหาของการทำงานนี้คืออะไร และมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

น้องอนุบาลที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าชะอม จังหวัดอุทัยธานีฝึกควมคุมร่างกายและเคลื่อนไหวให้ช้าลงในการใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดโรงเรียน

นักเรียนโรงเรียนปลูกปัญญา จังหวัดนครราชสีมามีความมุ่งมั่นและพยายามในการทำความสะอาดพื้นที่ให้เป็นระเบียบสวยงาม

Bonding Sensing

กิจกรรมฝึกการแก้ปัญหาเมื่อถูกล่อลวง คือ การปฏิเสธปีศาจไม่เล่นพนัน

Bonding Sensing : การสร้างจากการนำสิ่งต่าง ๆ มาประกอบกันผ่านการใช้เครื่องมือต่าง ๆ

วัตถุประสงค์ 

1) เพื่อฝึกการแยกแยะผลที่ตามมาจากการไปเล่นเกม 

2) เพื่อฝึกการควบคุมความต้องการของตนเองที่อยากเล่นเกม 

3) เพื่อฝึกการยับยั้งตนเองให้รู้จักพอ

4) เพื่อฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รู้วิธีการปฏิเสธคนที่มาล่อลวง

5) เพื่อฝึกการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเมื่อโดนล่อลวง 

สื่อ 

1) ปีศาจ และของเล่นเป็นเกมของปีศาจ 

2) เงินปลอม

จำนวนเด็ก 5-6 คน

วิธีการสอน

ช่วงการฝัน

ครูควรเกริ่นนำด้วยการเล่นละครเพลง ปีศาจพนันจะบุกยึดโรงเรียน เพื่อขอให้เด็กมาช่วยกันเป็นผู้พิทักษ์ แล้วชวนเด็ก ๆ วิเคราะห์เนื้อเพลงว่าปัญหาคืออะไร ถ้าเป็นเด็ก ๆ เด็ก ๆ จะแก้ปัญหาอย่างไร 

ตามหลัก Egocentric ตามแนวคิดทฤษฎีของ Piaget นั้น เด็กยังยึดตามความคิดของตนเองเป็นหลัก เด็กยังมีลักษณะการคิดแบบ Animism ที่เชื่อว่าเขาสามารถเป็นตัวละครที่มีพลังวิเศษ เด็ก ๆ จึงคิดว่าตนเองเป็นตัวละครนั้นอย่างแท้จริง สามารถปราบปีศาจได้อย่างแท้จริงจากพลังของเขา เพียงแค่ผ้าคลุมผืนเดียวแบบ Super Hero เด็ก ๆ ก็สนุกสนานกับการเป็นตัวละครนั้นได้ และยิ่งเป็นการปกป้องคนที่เขารักแล้ว เด็ก ๆ ยิ่งมีแรง (โดยไม่ต้องไปซื้อชุดราคาแพง) จะปกป้องคนที่เขารักมากยิ่งขึ้น เพราะเด็ก ๆ ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาของสมองส่วนลิมปิก (Limbic System) ที่การเรียนรู้ยังเป็นการเรียนรู้จากความสนใจ ความรู้สึกผูกพันกับคนที่เขารักและคุ้นชิน (Emotional-based Learning)

เพลงปีศาจพนัน

ปีศาจ:

เชิญมา เสี่ยงดวงกัน ของรางวัล นั้นก้อนใหญ่ เล่นง่าย ๆ มาลองดู มีแต่ได้ แถมสนุก 

รีบๆมา อย่ารีรอ ถ้ามาช้า ลาภอาจหาย เล่นดูซี สักตานึง ได้ง่าย ๆ ไม่อันตราย

 

เด็ก:

เอ๊ะๆ ดูน่าสนุก ใจฉันกระตุก เต้นตูมตาม เอ๊ะ ๆ เล่นดีไหมหนา แม่ให้เงินมาทำอะไร

 

ปิศาจ :

อยากเล่น อย่ากลัวอะไร หากใครมาห้าม คงเสียดาย แค่วางเงิน แล้วลองทาย ได้ง่าย ๆ สบาย ๆ

 

เด็ก:

เดี๋ยวก่อน อย่าร้อนใจ ให้ฉันคิดก่อน อย่าเร่งเร้า นับเงิน ที่แม่ให้เรา แล้วทวนความจำ คำแม่สอน

 

แม่:

ลูกจ๋าอย่าปล่อยใจ ผีหลอกให้หลงเมามัว สิ้นเนื้อประดาตัว อย่าไปมัวหลงระเริง 

คิดให้ดีก่อนทำอะไร คุ้มหรือไม่ ชั่งใจดู จงเรียนรู้ เพื่อจะอยู่ อย่างคนมี สติเอย

 

เด็ก:

แม่จ๋า ขอลองสักตา ใจฉันเริงร่า ลองเล่นประเดี๋ยว เผลอตัวเผลอใจ แป๊บเดียว ฉันจึงนั่งเหี่ยว เพราะทายผิดไป

 

ปีศาจ:   ฮ่า…ฮ่า…

มามะ มาเล่นกันอีก  ปีศาจกางปีก หัวเราะขบขัน ลองอีก ๆ สุดแสนจะมัน  ลองใหม่ไปด้วยกัน  เผื่อจะโชคดี

 

เด็ก:

เข็ดแล้ว ไม่ลองแล้ว ต้องเสียใจ เสียเงินตรา เพราะไม่ฟังคำสอนของมารดา เสียเวลาไม่คุ้มค่าเลย

 

แม่:

แม่เตือนเจ้าแล้ว คงไม่แคล้วต้องทุกข์ใจ ความโลภไม่เข้าออกใคร หลงปล่อยใจต้องตรอมตรม 

คิดทบทวนก่อนทำไป คุ้มหรือไม่ ลองตรองดู บทเรียนนี้ทำให้รู้….ว่าจงอยู่อย่างพอเพียง

1) การวางแผน การใช้เงินจากเงินที่ได้มาจากภารกิจต่าง ๆ ที่ทำ การเก็บสะสมเงินเพื่อจะได้นำไปใช้ซื้อของเพื่อเตรียมนำเสนองานในวันสุดท้าย

ช่วงการฝึกฝนและฝ่าฟัน

2) การปฏิบัติตามแผน

  ให้ครูปลอมตัวเป็นปีศาจมาชวนเด็กเล่นเกมเสียเงิน ให้สังเกตปฏิกริยาของเด็กว่าจะยอมเสียเงินเล่นการพนันหรือไม่ เด็ก ๆ จะมีวิธีการปฏิเสธอย่างไร 

3) การประเมินการทำงาน

(1) ให้เด็ก ๆ สะท้อนว่าสามารถอดทนอดกลั้นที่จะไม่เล่นเกมกับปีศาจได้หรือไม่ 

(2) ให้เด็ก ๆ สะท้อนว่ามีวิธีการใดในการปฏิเสธปีศาจ

(3) ปัญหาของการทำงานนี้คืออะไร และมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

คุณครูโรงเรียนอนุบาลนครพนม จังหวัดนครพนมแสดงเป็นปีศาจละโมบ เพื่อมาชักชวนให้เด็ก ๆ เล่นเก่มการพนัน

คณะครูโรงเรียนสาธิตพัฒนา กรุงเทพมหานครเล่นละครปีศาจพนัน เพื่อให้เด็กซึมซับถึงภัยของการเล่นการพนัน และมีสติไม่หลงกลปีศาจ

การใช้ละครเป็นสื่อทางอ้อมเพื่อปลูกฝังให้เด็กเห็นความสำคัญของการมีสติ รู้จักยับยั้งใจตนเองให้รู้จักพอ โรงเรียนบ้านอุได จังหวัดสตูล

ระหว่างที่เด็กที่โรงเรียนบ้านสังขะ จังหวัดสุรินทร์กำลังทำกิจกรรม ปีศาจจะแฝงตัวเข้ามาเพื่อชักชวนให้เด็กเล่นเกมเสี่ยงดวง

ปีศาจโลเลเป็นตัวแทนของคนที่ลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ ซึ่งมักจะหลงกลถูกล่อหลอกไปในทางที่ไม่ได้ได้ง่าย โรงเรียนบ้านท่าชะอม จังหวัดอุทัยธานี

การที่ปีศาจมาชวนเด็ก ๆ เล่นเกมเสี่ยงดวงเป็นการทดสอบการควบคุมใจของเด็ก ๆ ว่าสามารถอดกลั้นไม่หลงกลได้หรือไม่ โรงเรียนศรีวิทยา จังหวัดฉะเชิงเทรา

หลังจากที่เด็ก ๆ โรงเรียนอนุบาลศูนย์ศิลปาชีพบางไทรในพระราชูปถัมภ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีลองเล่นเกมกับปีสาจแล้ว เด็ก ๆ เรียนรู้ว่าการเล่นเกมเสี่ยงดวงนั้นไม่ดี เพราะทำให้เสียเงิน

ปีศาจพยายามหลอกเอาเงินที่เด็ก ๆ ที่โรงเรียนอนุบาลนครพนม จังหวัดนครพนมได้จากการทำกิจกรรมของโครงการด้วยการชวนเล่นเกมเสี่ยงดวง ซึ่งทำให้เด็ก ๆ รู้ว่ากว่าจะได้เงินมานั้นต้องทำงาน ไม่ใช่หวังพึ่งโชคชะตา

เด็ก ๆ โรงเรียนวัดสะพาน กรุงเทพมหานครรวมพลังกันปราบปีศาจพนันเพื่อปกป้องโรงเรียนของตนเอง 

นักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยห้า จังหวัดแม่ฮ่องสอนยกมือและพูดปฏิเสธเมื่อปีศาจพนันมาชวนเล่นเกมให้เสียเงิน

ตัวแทนผู้พิทักษ์ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าชะอม จังหวัดอุทัยธานีปล่อยพลังขับไล่ปีศาจพนัน

เด็ก ๆ ที่โรงเรียนบ้านน้ำฉา จังหวัดสุราษฎร์ธานีเล่นบทบาทสมมติเป็นตำรวจมาจับปีศาจพนันหลังจากที่ชักชวนเด็ก ๆ ให้เล่นเกมเสี่ยงดวง

เด็ก ๆ โรงเรียนปลูกปัญญา จังหวัดนครราชสีมาช่วยกันสอนปีศาจให้กลับตัวเป็นคนดี ไม่เล่นการพนันอีก

กิจกรรมฝึกการเป็นผู้ให้ คือ การฝึกเป็นคุณหมอในสถานการณ์จำลอง

Bonding Sensing : การสร้างจากการนำสิ่งต่าง ๆ มาประกอบกันผ่านการใช้เครื่องมือต่าง ๆ

วัตถุประสงค์ 

1) เพื่อฝึกการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างง่าย ๆ 

2) เพื่อฝึกการเป็นผู้ให้ที่จะดูแลผู้ป่วย 

3) เพื่อฝึกความมุ่งมั่นในการทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง

4) การฝึกทักษะการสังเกตการเปลี่ยนแปลงและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

สื่อ 

1) อุปกรณ์ปฐมพยาบาล

2) ชุดหมอ บุรุษพยาบาล

จำนวนเด็ก 5-6 คน

วิธีการสอน

ช่วงการฝัน

กิจกรรมนี้ควรเข้าร่วมกับกิจกรรมบทบาทสมมติในสถานการณ์จำลองกับฐานกิจกรรมอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการรู้จักอาชีพของการเป็นหมอและพยาบาล รู้ว่าต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ใช้อย่างไร การปฏิบัติต่อคนไข้อย่างอ่อนโยน ตามพัฒนาการตามวัยการฝึกการพัฒนาการใส่ใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นผู้ให้ Hoffman (Damon, 1988) กล่าวว่าเด็กมีเนื้อแท้ของผู้ที่เกิดมาเพื่อเห็นอกเห็นใจผู้อื่นซึ่งคุณสมบัติที่ติดตัวมาแต่เกิดนี้มีส่วนส่งเสริมคุณธรรมในเด็ก เด็กจึงเริ่มที่จะเรียนรู้ความรู้สึกของคนอื่นและเริ่มหาวิธีในการปฏิบัติตนเพื่อตอบสนองต่อความรู้สึกของคนผู้นั้น Damon (1988) กล่าวว่าการมีปฏิกิริยาทางอารมณ์ตอบกลับความรู้สึกของคนอื่นในทางที่สอดคล้องกับอารมณ์ของคนนั้น ๆ (Empathy) ซึ่งต่างกับคำว่า Sympathy คือการมีความเห็นอกเห็นใจกับผู้อื่นแต่อาจไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือหรือช่วยให้เขาลดความทุกข์ แม้ Empathy จะเป็นภาวะทางอารมณ์แต่มีลักษณะการใช้ปัญญาผ่านภาวะอารมณ์นั้นด้วยการทำความเข้าใจให้กระจ่างต่อภาวะจิตของคนอื่นซึ่งลักษณะเช่นนี้จะเริ่มมีได้ตั้งแต่เด็กวัยทารกจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาคุณธรรมต่อคนอื่น ซึ่งเด็กวัยปฐมวัยเริ่มมีความใส่ใจในอารมณ์ของคนอื่นอย่างแท้จริงเพราะเริ่มรู้ว่าคนอื่นเป็นตัวตนอีกคนที่แยกออกจากตนเองที่สามารถมีสิทธิมีเสียงของตนเอง ซึ่งก่อนที่เด็กจะสามารถแบ่งปันหรือผลัดกันรอได้เด็กจำเป็นต้องมีทักษะเบื้องต้นก่อนคือการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) และการสามารถรับรู้มุมมองของคนอื่น ซึ่งจะเริ่มพัฒนาเมื่อเด็กอายุ 2 ปี อันเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจากการปฏิบัติจริง เด็กในช่วง 3 ปี แม้จะยังไม่ได้แบ่งปันด้วยเหตุผลของการเห็นอกเห็นใจ เพราะมักทำไปด้วยความสนุกของการเล่นทางสังคม หรือเป็นเพียงแค่การเลียนแบบ แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ควรส่งเสริม จนเมื่อเด็กอายุ 4 ปี เด็กจะสามารถเริ่มแบ่งปัน ด้วยเหตุผลของการผสมผสานความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ และการได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ เด็กรู้ว่าตนมีหน้าที่ต้องแบ่งปัน แต่ไม่ได้คิดว่าเด็กควรมีความกรุณาต่อคนอื่นเท่า ๆ กับการทำดีกับตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุการณ์ที่มีความขัดแย้ง แต่อย่างน้อยเด็กก็เริ่มพัฒนาที่จะรู้ว่าการแบ่งปันนั้นเป็นข้อผูกมัดของการมีความสัมพันธ์ทางสังคม เป็นเรื่องของการทำถูกทำผิด

1) การวางแผน ให้เด็กเรียนรู้จากครู หมอ หรือพยาบาลถึงวิธีการดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น

คุณพยาบาลมาให้ความรู้เด็ก ๆ เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่โรงเรียนอนุบาลศูนย์ศิลปาชีพบางไทรในพระราชูปถัมภ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

บุรุษพยาบาลและเจ้าหน้าที่จากรถฉุกเฉินมาที่โรงเรียนกาละพัฒน์ จังหวัดภูเก็ตเพื่อสาธิตการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยก่อนนำส่งโรงพยาบาล

คุณพยาบาลสอนเด็ก ๆ โรงเรียนบ้านอุได จังหวัดสตูลเรียนรู้การช่วยเหลือผู้ป่วยหมดสติด้วยการกดนวดหัวใจ (CPR)

2) การปฏิบัติตามแผน

(1) ให้เด็ก ๆ ฝึกการปฐมพยาบาลเบื้องต้นกับครูหรือคุณหมอ

เด็กโรงเรียนอนุบาลนครพนม จังหวัดนครพนมเรียนรู้เรื่องการทำ CPR หรือการกดนวดหัวใจจากคุณพยาบาล

เด็ก ๆ โรงเรียนสาธิตพัฒนา จังหวัดกรุงเทพมหานคร เรียนรู้การใช้อุปกรณ์ดามขาผู้บาดเจ็บจากคุณหมอ และพยาบาล

(2) ให้เด็ก ๆ เรียนรู้ว่าถ้าไม่สามารถดูแลคนไข้ได้ให้โทรติดต่อ 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ

เด็ก ๆ ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เรียนรู้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อฉุกเฉิน 1669 เมื่อต้องการขอความช่วยเหลือหากพบคนเจ็บป่วย

(3) ให้เด็ก ๆ เข้าร่วมในสถานการณ์จำลองเหตุการณ์อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันเพื่อดูปฏิกิริยาเด็ก ๆ ว่าจะแก้ปัญหาด้วยการนำความรู้ที่ได้เรียนมามาใช้ได้จริงหรือไม่ และมีพฤติกรรมเห็นอกเห็นใจผู้อื่นหรือไม่

เด็ก ๆ โรงเรียนบ้านอุได จังหวัดสตูลได้นำความรู้เรื่องการช่วยเหลือผู้ป่วยหมดสติมาใช้ในกิจกรรมสถานการณ์จำลอง

หมอและพยาบาลโรงเรียนปลูกปัญญา จังหวัดนครราชสีมาช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นลมหมดสติ 

เมื่อพบผู้ป่วยที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุคุณหมอตัวน้อยของโรงเรียนบ้านห้วยห้า จังหวัดแม่ฮ่องสอนรีบทำการปฐมพยาบาลทันที

4) การประเมินการทำงาน

(1) ให้เด็ก ๆ สะท้อนว่าสามารถช่วยเหลือผู้อื่นตามสิ่งที่เรียนมาได้หรือไม่ 

(2) ให้เด็ก ๆ สะท้อนว่าสามารถช่วยเหลือคนอื่นด้วยความเต็มใจจนสุดความสามารถของตนได้หรือไม่ 

(3) ปัญหาของการทำงานนี้คืออะไร และมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

หลังจากได้รับความรู้จากพยาบาลวิชาชีพ เด็ก ๆ ที่โรงเรียนกาละพัฒน์ จังหวัดภูเก็ตเล่นบทบาทสมมติเป็นคุณหมอช่วยรักษาคนป่วย

เด็ก ๆ ที่โรงเรียนศรีวิทยา จังหวัดฉะเชิงเทราได้ซึมซับเรื่องความทุ่มเทและเสียสละในอาชีพหมอพยาบาลผ่านการเล่นบทบาทสมมติ

การเอาใจใส่และรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นสิ่งที่ควรปลูกฝังให้เด็กรู้จักเป็น “ผู้ให้” อย่างแท้จริง โรงเรียนบ้านห้วยห้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

นักเรียนโรงเรียนวัดสะพาน กรุงเทพมหานครสะท้อนความเข้าใจเกี่ยวกับการเป็นผู้ให้ของอาชีพหมอ พยาบาลด้วยการทำป้ายปฏิญาณตน

กิจกรรมสะท้อนความเข้าใจ คือ กิจกรรมการออกแบบการนำเสนองานผ่าน ละคร นิทาน

Bonding Sensing : การสร้างจากการนำสิ่งต่าง ๆ มาประกอบกันผ่านการใช้เครื่องมือต่าง ๆ

วัตถุประสงค์ 

1) เพื่อฝึกการสื่อความคิด

2) เพื่อฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น 

สื่อ 

1) เงินปลอมที่เด็กใช้ซื้อของในร้านค้าของโครงการ

2) อุปกรณ์ต่างๆ และสื่อในโครงการเพื่อให้เด็ก ๆ ซื้อมาเล่น

จำนวนเด็ก 5-6 คน

วิธีการสอน

ช่วงการฝัน

1) การวางแผน 

(1) ให้เด็ก ๆ ช่วยกันคิดว่าอยากแก้ปัญหาเรื่องการพนันได้ด้วยวิธีอะไรได้บ้าง เช่น แต่งนิทาน ปั้นดิน วาดภาพ พูดบอกคนอื่น เล่นสมมติ เป็นต้น 

(2) ให้เด็ก ๆ ระบุอุปกรณ์ที่ใช้และคำนวณเงินที่มีในกลุ่มที่ในกลุ่มหามาได้ว่าเพียงพอที่จะไปซื้อหรือไม่

(3) ให้เด็ก ๆ บอกวิธีที่จะนำเสนอ พร้อมแบ่งหน้าที่ว่าใครจะทำอะไร

ช่วงการฝึกฝนและฝ่าฟัน

3) การปฏิบัติตามแผน 

ให้เด็ก ๆ นำเสนอตามแผนที่วางไว้

4) การประเมินการทำงาน

(1) ให้เด็ก ๆ สะท้อนว่าสามารถนำเสนองานได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ 

(2) ปัญหาของการทำงานนี้คืออะไร และมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร

หลังจากทำกิจกรรมเสร็จแล้ว เด็ก ๆ แต่ละกลุ่มของโรงเรียนกาละพัฒน์จะช่วยกันนับเงินที่ได้จากการปฏิบัติภารกิจ เพื่อให้เด็กเห็นถึงคุณค่าของการทำงานเพื่อนำมาซึ่งรายได้ แล้วนำเงินส่วนนี้ไปซื้อของเพื่อใช้ในการรณรงค์เรื่องความเสี่ยง

เด็ก ๆ โรงเรียนสาธิตพัฒนา จังหวัดกรุงเทพมหานคร นำเงินที่ได้จากการทำภารกิจและเล่นบทบาทสมมติในสถานการณ์จำลองมาซื้ออุปกรณ์เพื่อใช้นำเสนอผลงาน 

เด็กโรงเรียนสาธิตพัฒนา จังหวัดกรุงเทพมหานครเล่นบทบาทสมมติเป็นตำรวจเพื่อจับปีศาจพนันไม่ให้มาหลอกเด็ก ๆ คนอื่น ๆ

เด็กโรงเรียนบ้านน้ำฉา จังหวัดสุราษฎร์ธานีสะท้อนการเรียนรู้จากบัตรภาพด้วยการวาดรูปความเสี่ยงเรื่องการพนัน

นักเรียนโรงเรียนศรีวิทยา จังหวัดฉะเชิงเทราช่วยกันทำแผนภาพความคิด (mind mapping) เกี่ยวกับโทษของการพนัน

เด็ก ๆ โรงเรียนศรีวิทยา จังหวัดฉะเชิงเทราทำป้ายรณรงค์ให้คนไม่เล่นการพนัน แล้วนำเสนอต่อเพื่อน ๆ

นักเรียนโรงเรียนบ้านสังขะ จังหวัดสุรินทร์ช่วยกันแต่งนิทานและสร้างเมืองปลอดภัยจากการพนัน

การสะท้อนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยการพนันด้วยการปั้นดินนำมันและนำไม้บล็อกมาสร้างเป็นเมืองปลอดภัย พร้อมกับแต่งนิทานประกอบโดยนักเรียนโรงเรียนบ้านสังขะ จังหวัดสุรินทร์

นักเรียนโรงเรียนบ้านสังขะ จังหวัดสุรินทร์ช่วยกันแต่งนิทานและเล่นละครสะท้อนความคิดต่อภัยการพนัน